วศ.21 สัญจร เที่ยวนครปฐม-กาญจนบุรี

วศ.21 สัญจร เที่ยวนครปฐม-กาญจนบุรี


วศ.2521 จัดนำเที่ยวขึ้นโดยมีเป้าหมายหลักคือไปเยี่ยมเยือน สุชาติ ปิยะศิรินนท์ วศ.21 แผนกเครื่องกล ที่ผันตัวเองจากนักการเงิน มนุษย์ทองคำในยุคธุรกิจการเงินเฟื่องฟูใน พ.ศ. 2540 มาทำธุรกิจเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาน้ำจืด จนประสบความสำเร็จ ได้รางวัลจากกรมประมงให้เป็น “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2567” สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด โดย สุชาติ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

เริ่มทริป ออกเดินทางจากคณะวิศวฯ จุฬาฯ โดยรถบัส พวกเราไป “ตลาดบางหลวง ร.ศ. 122” เป็นจุดแรก

ตลาดบางหลวง เป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำท่าจีน ก่อตั้งขึ้นประมาณ ร.ศ. 122 หรือ พ.ศ. 2446 ปัจจุบันยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย-จีน ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในอดีตคนจีนจากซัวเถาอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณนี้ จึงเกิดเป็นชุมชน และมีตลาดค้าขายจนกลายเป็นแหล่งค้าขายทางน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

เมื่อไปถึงตลาดบางหลวงก็ได้เข้าพบ สมศักดิ์ อยู่มาก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตลาดบางหลวง ร.ศ. 122 ซึ่งเป็นลูกหลานรุ่นที่ 3 ของชาวจีนบางหลวง ซึ่งได้ติดต่อไว้ล่วงหน้าเพื่อที่จะเข้าพบ ผู้ใหญ่บ้านได้พาชม “บ้านดนตรีจีน” ที่ได้มีการอนุรักษ์ดนตรีจีนโบราณและได้ทำการแสดงดนตรีโดยใช้โน้ตโบราณ แม้กระทั่งที่จีนเองก็ได้สูญหายไปหมดแล้ว ถัดมาได้เข้าชมโรงตีเหล็กโบราณ ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ และได้เข้าชมเตาเผาโบราณพร้อมทั้งชมการสาธิตการตีเหล็กจากช่าง สมาน วิเชียรศรี ปราชญ์ท้องถิ่น สาขาหัตถกรรม ผู้สืบสานงานตีเหล็กรุ่นที่ 3 หลังจากนั้นได้เข้าชมร้านทำฟัน ได้ชมเก้าอี้ทำฟันที่ใช้จริงในสมัยก่อน และเดินมาที่แพริมน้ำ ที่นี่มีชมรมคนรักเพลง ใครชื่นชอบการร้องเพลงก็สามารถมาร้องเพลงได้โดยมีพี่ชาวตลาดบางหลวงคอยเล่นดนตรีให้ ช่วงเวลา 12.00 น. เที่ยงวันเรารับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน “แพชมพูนุท” ริมน้ำท่าจีน

ช่วงบ่ายโมงเดินทางเข้าชมฟาร์มน้ำใสของสุชาติเกษตรกรดีเด่น ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปที่มาที่ไปของการทำฟาร์ม และการบริหารฟาร์มให้มีประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องการบริหารคน การเลี้ยงปลา การเก็บข้อมูลเพื่อมาทำการวิเคราะห์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การนับปลาโดยได้ประดิษฐ์เครื่องนับปลาที่มีความแม่นยำสูง หลังจากมาเลี้ยงปลาต้องใช้วิชาสแตท ซึ่งต้องการันตีจำนวนเพศผู้ ถึงรู้ว่าวิชานี้มีประโยชน์มาก ๆ ต้องเอาตำรามาอ่านใหม่

อาจารย์พูลพร อาจารย์แม่ของพวกเราได้กล่าวขอบคุณและได้เล่าความหลังของลูกศิษย์คนนี้ในสมัยที่ยังเรียนอยู่ที่คณะวิศวฯ จุฬาฯ เป็นที่สนุกสนานเป็นกันเอง และ ธัชชัย (วุฒิชัย) ประธาน วศ.21 ได้มอบของที่ระลึกให้สุชาติ หลังจากนั้น สุชาติได้พาเข้าชมบ่อปลาและถ่ายรูปร่วมกัน

ช่วงเย็นได้เดินทางเข้าพักที่โรงแรมเซ็น โฮเทล นครปฐม และร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์กันอย่างเป็นกันเอง โดยมีสุชาติเป็นเจ้าภาพ และในงานเพื่อนได้แต่งกลอนให้สุชาติอีกด้วย

“มาเยี่ยมฟาร์ม น้ำใส นายสุชาติ            ผู้เก่งกาจ ปราชญ์แห่งปลา อัชฌาสัย

จากเครื่องกล คนจุฬา มาตั้งไกล            เพื่อนขานไข ได้บอกกล่าว เล่าที่มา

จากกิจการ เล็กไม่ใหญ่ ค่อยไต่เต้า        เพื่อนได้เอา หลักวิศวใส่ ไม่กังขา

เก็บข้อมูล วิเคราะห์ไป ได้ผลมา           ใส่วิชา คอยปรับปรุง มุ่งหน้าไป

อาจารย์แม่ พูลพร เคยสอนสั่ง               สุชาติยัง ทำท่านงง และสงสัย

ถ้าตอนเรียน เก่งอย่างนี้ นี่ไม่ไกล          จะไปไหน เกียรตินิยิม ได้ชมกัน

ท่านสุชาติ ขาดรีพอร์ท ดอดมากราบ     สารภาพ สี่สิบปี ที่โศกศัลย์

อาจารย์แม่ โปรดอย่าโกรธ ลงโทษทัณฑ์ จะได้ฝัน ดีนอนหลับ ปรับวิญญา

อาจารย์แม่ ท่านมีเมต (ตา) เกษตรเด่น   อาจารย์เม้น เด่นวิศวะ นะศิษย์หนา

เพราะมีผล และมีเลศ เหตุที่มา              ศิษย์นั้นหนา พึงรับไป ให้ชื่นชม

ผู้สมควร ล้วนสรรหา คัดมาให้             ได้หรือไม่ พึงดีใจ ไม่ขื่นขม

โลกประจักษ์ ศักดิ์ศรีไง ใยต้องตรม      เพื่อนชื่นชม พึงสดับ และรับฟัง”

แต่งโดย ปูนินจาลิขิต…

เช้าวันใหม่ 3 สิงหาคม 2568

เริ่มวันใหม่เดินทางไปเที่ยว Skywalk ที่เมืองกาญจนบุรี แลนด์มาร์กชมวิวแม่น้ำ 2 สี ลำน้ำแควใหญ่และแควน้อยไหลมาบรรจบกัน Skywalk มีความสูง 12 เมตร และยาว 150 เมตร ทำจากกระจกใสแข็งแรง ค่าเข้าชมคนละ 60 บาท (รวมค่ารองเท้าแล้ว 30 บาท) ก่อนขึ้นไปได้ก็แวะถ่ายรูปกับสะพานที่สั้นที่สุดในประเทศไทย เป็น Unseen ที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้จัก

หลังจากนั้นก็เดินทางใกล้ ๆ ไปชม พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า ที่มีเรื่องราวมสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา ที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกเข้าประเทศไทย และเข้ามาสร้างทางรถไฟจากหนองปลาดุกผ่านเจดีย์สามองค์ของไทยไปยังตันบูซายัตที่อยู่ฝั่งมหาสมุทรอินเดียในพม่า มาดูชีวิตความเป็นอยู่ของเชลยศึกของฝ่ายสัมพันธมิตร (ค่าเข้าชม 150 บาท)

พอเที่ยงเราไปทานอาหารที่ร้านไทยเสรี เป็นร้านอาหารเก่าแก่ถึง 60 ปี อาหารอร่อยทุกอย่าง ถั่วเข็มผัดน้ำมันหอย แกงป่า แกงเผ็ดทอดมัน ทั้งนี้สามารถจอดรถได้ริมถนนหรือปั๊มน้ำมันที่ติดกัน

ช่วงบ่ายไปที่บ้านบุญผ่อง ท่านเป็นวีรบุรุษสงครามที่ชาวต่างประเทศยกย่อง เนื่องจากท่านได้แอบนำยาควินินและสิ่งจำเป็นต่าง ๆ ช่วยเหลือเชลยศึก หลังสงครามยุติ บุญผ่องได้รับเหรียญ King’s Medal for Courage in the Cause of Freedom และเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จฯ เยือนเมืองไทย ใน พ.ศ. 2515 ได้รับสั่งให้บุญผ่องและภรรยาเข้าเฝ้าและร่วมโต๊ะเสวย และได้พระราชทานยศพันโทแก่นายบุญผ่อง

หลังจากนั้นได้เดินทางไปวัดถ้ำเสือ อยู่อำเภอท่าม่วง มีชื่อเสียงเลื่องลือในความสวยงามของพระพุทธรูปองค์ใหญ่หลวงพ่อชินน์ประทานพร องค์พระสูง 9 วา 9 นิ้ว หน้าตักกว้าง 5 วา 3 ศอก 9 นิ้ว สีทองอร่ามสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2516 และพระเจดีย์เกษุแก้วมหาปราสาท เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม สีส้ม สูง 69 เมตร กว้าง 29 เมตร สูงใหญ่โดดเด่นอลังการ มีทั้งหมด 9 ชั้น

ช่วงบ่ายแก่ ๆ ระหว่างเดินทางกลับได้แวะดื่มกาแฟที่ร้านไนแองการา&คาเฟ่ เป็นร้านที่มีมุมถ่ายรูปมากมาย ทั้งน้ำตกที่ใหญ่มาก และนั่งดื่มกาแฟชั้น 2 ที่นำเครื่องบินมาตกแต่งเป็นร้านกาแฟ

พอตกเย็นเดินทางกลับมายังคณะวิศวฯ จุฬาฯ โดยสวัสดิภาพทุกคน คอยติดตามในโอกาสหน้าชาว วศ.21 จะไปสัญจรพบเพื่อน ๆ ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตกันที่ไหนอีกต่อไป


ที่มา: อินทาเนีย ฉบับที่ 4 ปี พ.ศ. 2568 คอลัมน์ เที่ยวกับอินทาเนีย (Journey & Yummy) โดย กิจจา ประชาผดุง วศ.21 (ไก๊ด์ไก่)