เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2568 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 112 ปี แห่งการสถาปนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตเก่าเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งตลอดทั้งวัน เพื่อร่วมระลึกถึงจุดเริ่มต้นและสะท้อนความก้าวหน้าของคณะฯ ในฐานะหนึ่งในสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมที่เก่าแก่และทรงคุณค่าที่สุดของประเทศไทย
กิจกรรมเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้า ด้วยพิธีทำบุญตักบาตรและถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป ณ ลานอินทาเนีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลานเกียร์” ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ต่อชาววิศวฯ จุฬาฯ ทุกคน พิธีกรรมทางศาสนาในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเสริมสิริมงคล ยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณของการน้อมรับคุณธรรมและการทำประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของวิศวกรที่ดี
ต่อเนื่องจากนั้นในช่วงสาย ได้มีการจัดกิจกรรม ณ หอประชุม Hall of Intania โดยเปิดเวที “ผู้บริหารพบประชาคม” ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้บริหารของคณะฯ ได้นำเสนอภาพรวมของการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา รวมถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาคณะฯ ในอนาคต นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมด้วยทีมรองคณบดี ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.อติวงศ์ สุชาโต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัฐ ขวัญเมืองรองศาสตราจารย์ ดร.นภดนัย อาชวาคม ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองศาสตราจารย์ ดร.เสวกชัย ตั้งอร่ามวงศ์ และ ศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชนม์ สถิระพจน์

ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารยังได้กล่าวถึงนโยบายหลักของคณะฯ ที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรม โดยมีกรอบแนวคิด “CUENG” ซึ่งประกอบด้วย
- C: Crafting Cutting-Edge Lifelong Learning Programs Through Collaborative Partnerships สร้างสรรค์หลักสูตรการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ทันสมัย ผ่านความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์กับพันธมิตร การพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบการเรียนรู้ที่ทันสมัยและตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยไม่จำกัดอยู่เพียงในระดับปริญญาตรี แต่ครอบคลุมถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เช่น หลักสูตรระยะสั้น การอบรมวิชาชีพ และการเรียนแบบโมดูล เพื่อให้นิสิต นิสิตเก่า และบุคคลทั่วไปสามารถพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินการเหล่านี้จะเกิดขึ้นผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานรัฐ และองค์กรนานาชาติ
- U: Unified Academic Excellence for Unbounded Research and Innovation รวมพลังความเป็นเลิศทางวิชาการ เพื่อการวิจัยและนวัตกรรมที่ไร้ขอบเขต สื่อถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการองค์ความรู้จากทุกภาควิชาและทุกระดับ เพื่อสร้างผลงานวิชาการและงานวิจัยที่ทรงคุณค่าและสามารถนำไปใช้จริงได้ในระดับประเทศและนานาชาติ โดยเน้นการทำวิจัยข้ามศาสตร์ (Interdisciplinary) และนวัตกรรมที่ต่อยอดเชิงพาณิชย์หรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในสังคมอย่างยั่งยืน
- E: Empowered Smart Work & Learning Spaces with Cutting-Edge Digital Technology and AI เสริมพลังพื้นที่เรียนรู้และการทำงานอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), IoT, ระบบอัตโนมัติ และแพล็ตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการทำงานของบุคลากร เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ความรวดเร็ว และความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานในยุคดิจิทัล
- N: Nurturing Personnel to Develop Diverse and Dynamic Competencies ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีทักษะหลากหลายและยืดหยุ่น มุ่งสร้างระบบสนับสนุนการเติบโตของนิสิต คณาจารย์ และบุคลากรให้สามารถพัฒนา “สมรรถนะ” ทั้งด้านวิชาการ ทักษะดิจิทัล ทักษะอารมณ์ และความสามารถในการปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วของโลกยุคใหม่ และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- G: Green Engineering for Wellbeing and Sustainable Society วิศวกรรมสีเขียวเพื่อคุณภาพชีวิตและสังคมที่ยั่งยืนการบูรณาการแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการเรียนการสอน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาวิศวกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Engineering) และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของโลก ไม่ว่าจะเป็นการลดคาร์บอน การจัดการพลังงาน การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือการออกแบบเทคโนโลยีที่คำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์และโลกใบนี้
แนวทางเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความตั้งใจของคณะวิศวกรรมศาสตร์ในการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่ทันสมัยให้แก่ทั้งนิสิตและบุคลากร พร้อมตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสังคมในศตวรรษที่ 21
ภายหลังการนำเสนอวิสัยทัศน์ ได้มีพิธีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ เป็นประธานในพิธี และรองศาสตราจารย์ ดร.นภดนัย อาชวาคม รองคณบดี เป็นผู้กล่าวรายงานที่มาของโครงการต่าง ๆ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ บาลมงคล ผู้ช่วยคณบดี ทำหน้าที่ดำเนินรายการ
หนึ่งในช่วงไฮไลต์ของงานคือการมอบประกาศนียบัตรแก่นิสิตผู้อุทิศตนเพื่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวนทั้งสิ้น 191 คน เพื่อยกย่องความเสียสละและการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของนิสิตในกิจกรรมสำคัญของคณะฯ ทั้งการจัดงาน Intania Expo ตลอดจนการสนับสนุนการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารในช่วงที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา โดยมีนิสิตเป็นผู้แทนขึ้นรับประกาศนียบัตรบนเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมจากผู้เข้าร่วมงาน

ในช่วงบ่าย ได้มีพิธีเปิดโครงการปรับปรุงพื้นที่ Gewertz Square เพื่อจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการด้าน Smart Living Solutions” ของภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตเก่าร่วมเป็นสักขีพยานในความก้าวหน้าอีกก้าวสำคัญของคณะฯ พื้นที่ดังกล่าวจะถูกพัฒนาให้เป็น “สนามประลอง” หรือ Playground สำหรับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของนิสิต สร้างต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ และเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม
ตึก ชารล เอม.สัน. เกเวอรฺต เป็นอาคารเก่าแก่ที่อยู่คู่กับภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้ามาอย่างยาวนานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งภาควิชาฯ โดย ศาสตราจารย์ ดร.ชารล เอม.สัน. เกเวอรฺต ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าท่านแรก อาคารหลังนี้ใช้เป็นโรงประลองเครื่องจักรกลไฟฟ้าและเป็นห้องเรียนวิชาปฏิบัติการสำหรับนิสิตจวบจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีอาคารเก่าแก่อีก 2 หลังได้แก่ อาคารห้องพักอาจารย์ และอาคารออกแบบวงจรรวม ซึ่งเป็นทั้งห้องปฏิบัติการวิจัยและที่ทำการชมรมนิสิตของภาควิชาฯ ด้วยระยะเวลาอันยาวนานของการใช้งาน อาคารทั้ง 3 หลังจึงมีสภาพทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
และเนื่องในวาระที่จะครบรอบ 90 ปี นับจากในปีแรกที่ท่านอาจารย์เกเวอร์ต ได้เริ่มวางรากฐานการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมไฟฟ้าขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2476 ภาควิชาฯ จึงได้วางแผนปรับปรุงอาคารเกเวอร์ตและพื้นที่บริเวณโดยรอบ โดยใช้ชื่อเรียกพื้นที่ปรับปรุงนี้ว่า Gewertz Square มุ่งหมายให้เป็นพื้นที่จุดประกายความคิด การริเริ่ม และการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมร่วมกันระหว่างนิสิต อาจารย์ นิสิตเก่า และหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์จากภาคอุตสาหกรรม แนวคิดในการออกแบบปรับปรุงพื้นที่ Gewertz Square เน้นการผสมผสานระหว่างการโอบรับเทคโนโลยีใหม่ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในโลกปัจจุบันและอนาคต และคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กัน
พื้นที่ Gewertz Square ที่ปรับปรุงขึ้นนี้ จัดตั้งเป็น “ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการด้าน Smart Living Solutions”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสนามประลอง (Playground) ในการพัฒนาขีดความสามารถของนิสิต พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมที่มุ่งสู่เชิงพาณิชย์ และพัฒนาความร่วมมือกับหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ บนพื้นที่การเรียนรู้ขนาดทางกายภาพประมาณ 1,600 ตารางเมตร ที่ดำเนินการแบบห้องแลปมีชีวิต (Living Labs) ส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรมต้นแบบที่มีความพร้อมนำไปสู่การใช้งานจริง ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างชาญฉลาด โดยการประยุกต์ต่อยอดและหลอมรวมองค์ความรู้จากความหลากหลายในงานวิจัยและพัฒนาของภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และของคณะวิศวกรรมศาสตร์ (บูรณาการร่วมกับภาควิชาต่าง ๆ) ร่วมกับหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ (Strategic partners) ในภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการหลอมรวมและประยุกต์เทคโนโลยี 3 ด้านหลัก คือ (1) พลังงานสะอาดและประสิทธิภาพพลังงาน (Clean energy and energy efficiency) (2) สัญญาณการรับรู้ของมนุษย์ (Bio sensings) และ (3) ปัญญาประดิษฐ์และการออกแบบชิป (AI & Chips)
ตลอดทั้งวันของการจัดงาน มีบรรยากาศของความอบอุ่นและความภาคภูมิใจที่แสดงออกผ่านการรวมตัวของคนหลายรุ่นจากชาววิศวฯ จุฬาฯ โดยเฉพาะในช่วงพิธีสำคัญ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้บริหารจากคณะต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานภายนอกที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง
การครบรอบ 112 ปี ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายสำคัญที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์อันยาวนาน หากยังเป็นวาระที่สะท้อนถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงซึ่งขับเคลื่อนผ่านเจตนารมณ์ของผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตในทุกยุคสมัย ที่ต่างร่วมแรงร่วมใจกันก่อร่างสร้างสถาบันแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของประเทศในด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม ด้วยการยึดมั่นในคุณค่าของความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และจริยธรรมอันแน่วแน่
ภายใต้สภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คณะวิศวฯ จุฬาฯ ยังคงยืนหยัดในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ที่ตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งในมิติของเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมุ่งสร้างวิศวกรรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงแต่เก่งในเชิงวิชาการ แต่ยังมีความเข้าใจในบทบาทของตนเองในฐานะพลเมืองโลก ผู้มีหน้าที่นำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมในวงกว้าง
การเฉลิมฉลองในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการระลึกถึงอดีตที่รุ่งเรือง แต่เป็นการตอกย้ำถึงเจตจำนงอันแน่วแน่ในการก้าวเดินสู่อนาคตอย่างมีเป้าหมาย โดยใช้พลังของวิศวกรรมศาสตร์เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการทำงานร่วมกับเครือข่ายทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
เหนือสิ่งอื่นใด งานครบรอบ 112 ปีในครั้งนี้ ยังเป็นบทพิสูจน์ถึง “หัวใจ”ของความเป็นวิศวกรที่แท้จริง—หัวใจที่กล้าคิด กล้าสร้าง และกล้ารับผิดชอบต่อสังคม ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปเช่นไร คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังคงเดินหน้าในบทบาทของ “ผู้นำแห่งความรู้เพื่อการพัฒนา” ด้วยความมุ่งมั่น อุดมการณ์ และพลังแห่งความสามัคคีอย่างไม่หยุดยั้ง



