จากเส้นทางแห่งวิศวกรรม สู่พันธกิจยิ่งใหญ่ในการพลิกโฉมภาคเกษตรกรรมไทยสู่ความยั่งยืน สมศักดิ์ มาอุทธรณ์ วศ.2521 ที่ปรึกษาสำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และอดีตกรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนสยามคูโบต้า ด้วยวิสัยทัศน์ที่ยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งเป็นผู้บุกเบิกระบบบริการหลังการขายและผู้ก่อตั้ง “คูโบต้าฟาร์ม” ศูนย์เรียนรู้เกษตรครบวงจร ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
จากวิศวกรสู่ผู้นำการพัฒนาเกษตรกรรมไทย

สมศักดิ์ มาอุทธรณ์ วศ.2521 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างเรียนมีความสนใจด้านกีฬา โดยเฉพาะกรีฑาน้องใหม่ และเป็นประธานชมรมวิศวกรรมอุตสาหการฯ ในขณะเป็นนิสิตชั้นปี 4 หลังจบการศึกษา ได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท Master of Engineering ที่ Nagoya Institute of Technology ประเทศญี่ปุ่น ในสาขา Management Engineering โดยเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ มหาวิทยาลัยได้ส่งเข้าฝึกงานที่บริษัท โตโยต้า เป็นเวลา 2 เดือน ทำให้ได้รับประสบการณ์การทำงานมากมายในช่วงนั้น
หลังจากจบการศึกษา ได้กลับมาทำงานที่สยามคูโบต้าใน พ.ศ. 2529 ในตำแหน่งวิศวกร รับผิดชอบด้านการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก ภายใต้บริษัท สยามคูโบต้าดีเซล จำกัด เป็นการร่วมทุนระหว่างคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) กับ SCG (เอสซีจี) บริษัทเริ่มต้นด้วยการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กและจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ต่อมาได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มยอดขาย ทางบริษัทสยามคูโบต้าจึงเริ่มศึกษาและพัฒนารถไถเดินตาม และนำเข้าแทรกเตอร์ รวมถึงรถเกี่ยวนวดข้าวมาขายเรื่อยมา
นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งสินเชื่อเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแทรกเตอร์ได้ง่ายขึ้น และคิดค้นระบบบริการหลังการขาย โดยส่งช่างไปบริการถึงบ้านลูกค้า ในบางกรณีที่แทรกเตอร์ไม่สามารถนำเข้าไปที่ศูนย์บริการได้ พร้อมปรับปรุงศูนย์บริการให้มีมาตรฐานรองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ระบบการบริการนี้ใช้การนับเดือนจากการใช้งานของลูกค้าเป็นมาตรฐาน คือ 1, 5 และ 12 เดือน ถือเป็นระบบที่สมศักดิ์เป็นผู้คิดค้นและวางรากฐานจนมั่นคงเป็นรายแรกในประเทศไทย จากการได้รับการตอบรับที่ดีนี้ จึงเกิดความสำเร็จในด้านการขายและบริการ ทำให้บริษัทแม่ในญี่ปุ่นตัดสินใจตั้งโรงงานผลิตแทรกเตอร์และรถเกี่ยวนวดข้าวในประเทศไทย และควบรวมกิจการภายใต้ชื่อ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด
ปฐมบทแห่งการถือกำเนิด “คูโบต้าฟาร์ม”
การช่วยเหลือเกษตรกรถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการก่อตั้งคูโบต้าฟาร์ม ต่อมา สมศักดิ์ จึงเกิดแนวคิดที่เป็นปรัชญาหลักในการพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
จากการสำรวจพบว่า ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาหนักที่สุด เนื่องจากเป็นแหล่งปลูกข้าวหลักของประเทศไทย แม้ราคาข้าวจะสูง แต่เกษตรกรสามารถปลูกได้เพียงปีละครั้ง ผลผลิตต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้น้อย ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้คิดโครงการพืชหลังนา โดยสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชตระกูลถั่วหลังการเก็บเกี่ยวข้าว เพื่อบำรุงดินและรักษาอินทรีย์วัตถุ เนื่องจากประเทศไทยมีประวัติการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นเวลานาน การปลูกพืชตระกูลถั่วจึงช่วยปรับปรุงสภาพดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการเริ่มทดลองปลูกที่จังหวัดศรีสะเกษ ผลลัพธ์พบว่าเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นหลังฤดูเก็บเกี่ยว ดินมีคุณภาพดีขึ้น และลดการใช้ปุ๋ยในฤดูกาลถัดไป นอกจากนี้การปลูกพืชหลังนายังช่วยให้เกษตรกรบางส่วนไม่ต้องออกไปหางานนอกพื้นที่ เพื่อหารายได้เพิ่มในช่วงนอกฤดูเก็บเกี่ยว อีกทั้งยังแก้ปัญหาการขาดความรู้ในการจัดการผลผลิตและการเพาะปลูก ทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาวิธีการที่มีระบบมากขึ้น หลังจากโครงการดำเนินไปสักระยะ ทำให้เห็นถึงปัญหาและความต้องการของเกษตรกรอย่างชัดเจน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำ สมศักดิ์ไปสู่การก่อตั้งคูโบต้าฟาร์ม
แหล่งเรียนรู้เกษตรยุคใหม่ความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชน

คูโบต้าฟาร์มก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2563 ณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ 220 ไร่ ที่ออกแบบให้เป็นศูนย์กลางแห่งอนาคตการเกษตรไทย ภายใต้แนวคิด “End to End Solutions” หรือการเกษตรครบวงจร เป้าหมายคือเป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างประสบการณ์จริงที่ตอบสนองความต้องการของเกษตรกร สามารถบูรณาการองค์ความรู้ด้านเครื่องจักรและการเกษตร เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ พร้อมเป็นต้นแบบการเกษตรสมัยใหม่
เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นระบบ สยามคูโบต้าได้สร้างสรรค์คิดค้น KUBOTA (Agri) Solutions หรือ KAS เพื่อพัฒนาโซลูชันเกษตรครบวงจร ที่ผสานองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ด้านเครื่องจักรกลการเกษตร การเพาะปลูก และนวัตกรรมสมัยใหม่ เกษตรกรสามารถเรียนรู้ ทดลอง และเห็นตัวอย่างการทำเกษตรบนพื้นที่จริง เพื่อนำไปปรับใช้ในแปลงของตนได้อย่างเป็นรูปธรรม ลดความเสี่ยงจากความผันผวน และเพิ่มความแม่นยำในการทำเกษตรมากขึ้นในแต่ละปี ปฏิทินเพาะปลูกของคูโบต้า (KAS Crop Calendar) เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ โดยอ้างอิงข้อมูลด้านภูมิอากาศ ดิน พันธุ์พืช และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อให้เกษตรกรรู้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเพาะปลูก ช่วยวางแผนการใช้น้ำ ปุ๋ย และแรงงาน ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยเกษตรกรวางแผนการเพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา โดยครอบคลุมองค์ความรู้ที่หลากหลาย ตั้งแต่การออกแบบฟาร์มสมัยใหม่ (Smart Farm Design) เกษตรแม่นยำ เกษตรทฤษฎีใหม่ พืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาคุณภาพดิน การฝึกอบรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และการทดลองใช้นวัตกรรมเกษตรต่าง ๆ ทั้งในด้านเครื่องจักร ระบบจัดการน้ำ และเทคนิคเพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมถึงนวัตกรรมการเพาะปลูกพืชสวนสมัยใหม่และเทคนิคการปลูกแนวตั้ง ด้วยแนวคิดและโซลูชันดังกล่าว คูโบต้าฟาร์มจึงทำหน้าที่เป็นทั้งฟาร์มที่สร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ของคูโบต้าในภูมิภาคอาเซียน เป็นศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ และต้นแบบการเกษตรครบวงจรที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนและการแข่งขันในระดับสากล ทั้งนี้ผลผลิตที่ได้จากฟาร์มจะถูกจัดสรรเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อสาธารณะต่อไป
เทคโนโลยีชั้นนำภายในคูโบต้าฟาร์ม

แทรกเตอร์คูโบต้า M7-172 แทรกเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดของสยามคูโบต้า เหมาะสำหรับงานพืชไร่ เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 173 แรงม้า ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมห้องโดยสารแอร์คอนดิชันที่สะดวกสบาย ระบบเกียร์แบบ Powershift จำนวน 30 เกียร์ เดินหน้า 14 เกียร์ ถอยหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและประหยัดน้ำมัน

แทรกเตอร์คูโบต้า L5228 Cabin ถือเป็นแทรกเตอร์เรือธงขนาดกลางและรุ่นขายดีที่สุด มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว แบบไดเร็กต์อินเจ็กชัน ขนาด 52 แรงม้า ประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยเทคโนโลยี KAD-V (KUBOTA Adaptive Dynamic Value) ช่วยเพิ่มการเผาไหม้เชื้อเพลิง ทำให้ได้พละกำลังสูงและประหยัดน้ำมัน ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย เหมาะสำหรับการเพาะปลูกข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา และปาล์มน้ำมัน

รถขุด U008 และ KX033 ตอบโจทย์งานก่อสร้างและงานเกษตร ห้องโดยสารมีให้เลือกทั้งแบบมีแอร์และไม่มีแอร์ ขนาด 3 ตัน มีความสมดุลและช่วงการทำงานยาว อเนกประสงค์ สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งงานภาคการเกษตรและงานก่อสร้าง จนปัจจุบันมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย ของกลุ่มรถขุดขนาดเล็ก

รถเกี่ยวนวดข้าวคูโบต้า DC-120X Cabin มาพร้อมกับเครื่องยนต์ระบบคอมมอนเรล สมรรถนะสูง ขนาด 120 แรงม้า หน้าเกี่ยวกว้าง 3 เมตร ช่วงล่างดีไซน์ใหม่ แกร่ง สู้หล่ม เก็บเกี่ยวคล่องตัว ด้วยระบบเลี้ยวอิสระ K-Turn สะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ ป้องกันความร้อนและฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

รถดำนานั่งขับ 8 แถว KA8-GS-W มาพร้อมฟังก์ชันระบบขับเคลื่อนทางตรงอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องควบคุมพวงมาลัยตลอดเวลา และรอกไฟฟ้าช่วยในการขึ้นจากหล่ม ทำงานได้อย่างรวดเร็วด้วย เครื่องยนต์ดีเซล 3 สูบ ขนาด 24.2 แรงม้า พร้อมระบบแผงปักดำกล้าอัตโนมัติ

โดรนการเกษตร DJI AGRAS T25P นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยสยามคูโบต้า มาพร้อมกับสมรรถนะการบินทำงานได้เร็วสูงสุด 10 เมตร/วินาที ด้วยหัวฉีด 2 หัว พ่นได้สูงสุด 16 ลิตร/นาที พร้อมรัศมีการพ่นกว้างสูงสุด 10 เมตร สามารถปรับความละเอียดของละอองให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดได้ ช่วยให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเปลี่ยนเป็นถังหว่านปุ๋ย ที่บรรจุปุ๋ยได้สูงสุด 25 กิโลกรัม พร้อมเกลียวสว่านแบบใหม่ช่วยให้ปุ๋ยไม่ติดคอ ที่มีรัศมีการหว่านสูงสุด 8 เมตร ทำให้การพ่นสาร หรือ หว่านปุ๋ย ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การผลักดันเกษตรกรไทยสู่ Smart Farming

คูโบต้าฟาร์มเป็นต้นแบบการถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่ ให้แก่เกษตรกรและชุมชนอื่น ๆ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยสยามคูโบต้าพร้อมสนับสนุนโครงการของภาครัฐในการพัฒนา Smart Farming รวมทั้งส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจภาคเกษตรของไทยอย่างมั่นคง
หลังจากเปิดคูโบต้าฟาร์มอย่างเป็นทางการ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิด เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ทางฟาร์มได้นำเสนอแนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ และโคกหนองนาโมเดล ผสานกับการทำเกษตรสมัยใหม่ ผ่านการสร้างประสบการณ์จริงภายในฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อผลผลิตของตน ผลการดำเนินงานได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเกษตรกร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้เข้าชมฟาร์มรวมกว่า 75,000 คน นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2563 จนถึงปัจจุบัน
ซึ่งในปลาย พ.ศ. 2563 สยามคูโบต้าต่อยอดแนวคิดนี้สู่โครงการต้นแบบฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่โดยผู้แทนจำหน่ายสยามคูโบต้า ที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนจำหน่ายสยามคูโบต้าดำเนินกิจกรรมฟาร์มของตนเอง โดยสยามคูโบต้าเป็นพี่เลี้ยง สนับสนุนองค์ความรู้ โซลูชัน และเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร ควบคู่กับเทคโนโลยี IoT เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนใจเรียนรู้แนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ และโคกหนองนาโมเดล ผนวกกับประสบการณ์การเกษตรสมัยใหม่ที่ทำได้จริง
ปัจจุบันมีฟาร์มตัวอย่างเปิดดำเนินการแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ ณ นา ฟาร์ม จังหวัดมหาสารคาม และเบญจิตตะฟาร์ม จังหวัดนครราชสีมา และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 1 แห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยฟาร์มเหล่านี้เปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้สนใจเข้ามาศึกษาและประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง เพิ่มคุณภาพผลผลิต ลดต้นทุน และยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
อีกทั้งยังมีการพัฒนาชุมชนเกษตรเพื่อความยั่งยืนในหลายโครงการ อาทิ โครงการชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2554 โดยมุ่งเน้นการยกระดับกลุ่มเกษตรกร จนเกิดเป็น “ชุมชนต้นแบบ Smart Farming Model” มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ปัจจุบันมีทั้งหมด 7 แห่ง และสยามคูโบต้ายังจัดทำโครงการคูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ โดยสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรแก่กลุ่มเกษตรกรในรูปแบบสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ปัจจุบันมี 192 แห่ง ครอบคลุม 52 จังหวัด รวมถึงโครงการ SIAM KUBOTA Happy Community ชุมชนเพาะสุขสยามคูโบต้า เพื่อพัฒนาเกษตรกรรายครัวเรือน ให้พ้นจากความยากจน โดยการเลือกองค์ความรู้ที่เหมาะสมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน
ประสบการณ์และความท้าทายในการบริหารงานที่ผ่านมา
สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับความท้าทายที่ต้องเผชิญ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ช่วงแรก เมื่อได้รับตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน เป็นช่วงที่ต้องปรับปรุงโรงงานครั้งใหญ่ เพื่อให้มีความเป็นระเบียบ สะอาด และได้มาตรฐานมากขึ้น พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพของสินค้าในทุกผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังต้องวางระบบต่าง ๆ ทั้งเรื่องกำลังใจของพนักงาน สภาพภายในโรงงาน รวมถึงการปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลิตที่ท้าทายใหม่ ๆ ช่วงที่ 2 เริ่มต้นเมื่อสยามคูโบต้าจำหน่าย และเริ่มผลิตแทรกเตอร์และรถเกี่ยวนวดข้าวเพิ่มมากขึ้นคือการระบบ งานบริการหลังการขาย โดยเฉพาะการบริการหลังการขายของผู้แทนจำหน่ายทุกรายให้มีความเข้มแข็ง เป็นมาตรฐาน ทันสมัยและเป็นที่ประทับใจลูกค้า ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของคูโบต้าในฐานะผู้นำด้านนี้ ช่วงที่ 3 ขณะเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ระยะเวลา 3 ปี มีเป้าหมายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ คน องค์กร และธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาคน ต้องคิดว่าจะสร้างและพัฒนาคนให้มีศักยภาพสูงได้อย่างไร ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การบริหารงานสำเร็จคือทีมงานที่มีความสามารถ มีความสามัคคี และให้การสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายและสร้างคูโบต้าฟาร์มได้ภายในระยะเวลา 3 ปี
นอกจากนี้ สมศักดิ์ยังได้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เกษตรอินโน จำกัด โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมและส่งเสริมเกษตรกรผ่านบริการในรูปแบบ Farm Services Provider อาทิ การออกแบบและพัฒนาพื้นที่การเกษตร การให้บริการดูแลจัดการฟาร์ม การให้เช่าเครื่องจักรกล การสนับสนุนด้านการจำหน่ายผลผลิต ตลอดจนการจัดหาอุปกรณ์ทางการเกษตร เช่น อุปกรณ์ต่อพ่วงแทรกเตอร์ และระบบบริหารจัดการน้ำ
แรงบันดาลใจสำหรับคนรุ่นใหม่ผู้มุ่งมั่นพัฒนาเกษตรกรรมไทย
ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่มีความรู้และทักษะที่หลากหลาย ขณะเดียวกันเครื่องจักรกลการเกษตรก็ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยและใช้งานง่ายขึ้น เกษตรกรจึงไม่จำเป็นต้องทำงานหนักแบบเดิมอีกต่อไป เช่น การใช้โดรนการเกษตรเพื่อหว่านปุ๋ยหรือถ่ายภาพตรวจสอบการเจริญเติบโตของพืช รวมถึงการนำ AI มาช่วยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์สุขภาพพืช การตรวจสอบโรคและแมลง หรือการพยากรณ์ผลผลิต เครื่องมือเกษตรทั้งเชิงกล (Mechanical) และดิจิทัล (Digital) เหล่านี้เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือ เกษตรกรรุ่นใหม่ต้องใฝ่หาความรู้ เพราะการศึกษาและความเข้าใจในกระบวนการเพาะปลูก จะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตและสร้างความมั่นคงให้แก่อาชีพเกษตรกรรม
สิ่งที่อยากฝากถึงชาวอินทาเนีย
ชาวอินทาเนียมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนสังคม ไม่เพียงเฉพาะด้านวิศวกรรม แต่ยังสามารถสนับสนุนในหลายมิติของการพัฒนาประเทศเมื่อสมศักดิ์ได้เข้ามาสู่แวดวงเกษตรจึงตระหนักว่า ความรู้ด้านวิศวกรรมสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการเกษตรของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จจำนวนไม่น้อยก็มีพื้นฐานจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และที่ผ่านมาได้เชิญชวนพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวอินทาเนียเข้ามาศึกษาดูงานที่คูโบต้าฟาร์ม ได้รับความสนใจอย่างมาก เพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถนำมาต่อยอดและสร้างคุณค่าแก่สังคม โดยหวังว่าทุกคนจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไทยในทุกมิติ และร่วมกันผลักดันประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
พี่น้องชาวอินทาเนียที่สนใจสามารถเข้าชมคูโบต้าฟาร์ม ติดต่อได้ที่ โทร. 0-2029-1747 หรือลงทะเบียนออนไลน์ที่

