ยกย่องพลังของผู้หญิงในวงการวิศวกรรม เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจ สู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 สมาคมวิศวกรหญิงไทย (TWEA) ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี และจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวัน International Women in Engineering Day 2025 ภายใต้ธีม “Together We Engineering” ณ บ้านดุสิตธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องบทบาทของผู้หญิงในวงการวิศวกรรมไทย เสริมสร้างพลังใจ และจุดประกายแนวคิดใหม่ให้แก่วิศวกรหญิงรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตบนเส้นทางแห่งวิชาชีพที่เต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาส
ภายในงานอันอบอุ่นและทรงคุณค่าแห่งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรหญิงที่มีบทบาทสำคัญในหลากหลายแวดวง มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ แบ่งปันแนวคิด และสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยแต่ละท่านต่างนำเสนอแง่มุมที่แตกต่างกันของการเป็น “ผู้หญิงในสายวิศวกรรม” ที่ไม่เพียงแต่มุ่งมั่นในหน้าที่ หากยังกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCA) บรรยายในหัวข้อ “Beyond Blueprint: The Power of Collaboration and Interdisciplinary Engineering” ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนวิธีคิดในวงการวิศวกรรมยุคใหม่ โดยเน้นว่าในโลกที่ปัญหามีความซับซ้อนหลายมิติ การทำงานแบบแยกส่วน (Silo) หรือยึดติดกับความรู้ในกรอบวิชาเดียว ไม่เพียงพออีกต่อไป
การพัฒนาอย่างยั่งยืนในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัย “การบูรณาการ” ทั้งทางวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการบริหารจัดการ พร้อมทั้งเรียกร้องให้วิศวกรทุกคน ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เปิดใจเรียนรู้ข้ามสาขา ฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ และกล้าพูดในสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะขัดแย้งกับระบบเดิมก็ตาม เพราะเหนือกว่าทักษะวิศวกรรมใด ๆ คือ จรรยาบรรณและความกล้าหาญในการยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ซึ่งเป็นหัวใจของความเป็นวิศวกรที่แท้จริง

ผศ. ดร.ถวิดา มณีวรรณ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ไร่นา โรโบเทค จำกัด บรรยายในหัวข้อ “Robotics for Sustainable Agriculture in Thailand” ได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีในภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ในฟาร์มไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้สารเคมี และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โดยชี้ให้เห็นว่า การเกษตรยุคใหม่จะไม่ใช่เพียง “แรงงานมนุษย์” อีกต่อไป แต่จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง “สิ่งมีชีวิต” กับ “เครื่องจักร” อย่างมีสมดุล เพื่อสร้างระบบนิเวศการผลิตอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน วิศวกรจึงไม่ใช่เพียงผู้สร้างเครื่องจักร แต่ต้องเข้าใจภูมิสังคม ทรัพยากร และวิถีชีวิตของเกษตรกร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมที่ใช้การได้จริงในบริบทไทย

มนสินี นาคปนันท์ ประธานสมาคมผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย บรรยายในหัวข้อ “Pioneering Inclusive Fintech Innovation for Better Lives” โดยกล่าวถึงพันธกิจในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ที่ไม่ใช่เพียงล้ำสมัย แต่ “เข้าถึงได้” สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสหรือกลุ่มที่ระบบการเงินแบบเดิมไม่รองรับ
การนำ AI และข้อมูลทางเลือกมาใช้พัฒนาบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรม เช่น การปล่อยสินเชื่อโดยไม่ต้องแสดงเอกสารรายได้ การออมผ่านระบบดิจิทัล การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์การเงินเฉพาะบุคคล และการสร้างระบบป้องกันภัยทางไซเบอร์แบบเรียลไทม์ ซึ่งล้วนสะท้อนแนวคิดของการออกแบบเทคโนโลยีที่ “เห็นหัวใจคน” ควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
งาน International Women in Engineering Day ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการรวมตัวของผู้หญิงในสายวิศวกรรมเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จเท่านั้น หากยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้แลกเปลี่ยนแนวคิด ร่วมวางอนาคต และสร้างพลังร่วมกันในการผลักดันให้ผู้หญิงมีบทบาทเชิงนำในสังคม โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะในแวดวงวิศวกรรม แต่ครอบคลุมไปถึงการเป็นผู้ประกอบการ นักวิจัย นักเทคโนโลยี และผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ
ภายใต้ธีม “Together We Engineering” สมาคมวิศวกรหญิงไทยยังได้ตอกย้ำและสื่อสารอย่างชัดเจนถึงหลักความเชื่อที่ว่า ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมในยุคปัจจุบันและอนาคต ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการทำงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงลำพัง หากต้องอาศัยความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิง เพศชาย หรือบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลาย ทุกวัย ทุกภูมิหลัง และทุกแนวคิด เพราะวิศวกรรมศาสตร์ในโลกยุคใหม่ไม่ใช่เพียงศาสตร์แห่งการออกแบบและสร้างสิ่งของอีกต่อไป แต่คือศาสตร์แห่ง “การแก้ปัญหา” ที่เชื่อมโยงกับชีวิตมนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง ปัญหาที่เราต้องเผชิญในวันนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี หรือการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ล้วนต้องการมุมมองที่หลากหลาย ต้องการวิธีคิดที่ครอบคลุม และต้องการ “ทีมงานที่แตกต่างแต่ประสานกัน” อย่างแท้จริง
ดังนั้น การสร้างพื้นที่ที่เปิดกว้างให้แก่ “เสียง” ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเสียงของวิศวกรหญิงรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น เสียงของนักวิจัยที่มุ่งมั่นทำงานเงียบ ๆ เสียงของผู้เชี่ยวชาญจากชนบท หรือแม้แต่เสียงของผู้ใช้งานตัวจริงในชุมชน จึงเป็นหัวใจของกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แท้จริง การเปิดเวทีให้ทุกเสียงได้แสดงออก ไม่เพียงเป็นเรื่องของความเสมอภาค แต่คือการปลดล็อกศักยภาพที่สังคมอาจไม่เคยได้รับรู้ และทำให้โซลูชันทางวิศวกรรมมีความลึกซึ้ง ครอบคลุม และใช้ได้จริงมากยิ่งขึ้น หากมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ สร้างสรรค์ และรับผิดชอบต่อส่วนรวม คุณคือส่วนหนึ่งของโลกวิศวกรรมได้อย่างภาคภูมิ สิ่งที่เราทุกคนต้องการ คือ เวทีให้ยืน พลังให้ลงมือ และแรงบันดาลใจให้เดินต่อไป



