เรื่องของคุณ คุณทำเอง ตอน...หลอกปัจจุบัน โกงอนาคต และบันทึกท้ายเล่ม

เรื่องของคุณ คุณทำเอง ตอน…หลอกปัจจุบัน โกงอนาคต และบันทึกท้ายเล่ม


ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ได้ทยอยเปิดเผยผลการตรวจสอบโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีการทุจริตประพฤติมิชอบ ผลการตรวจสอบได้พบว่ามีการกระทำที่ก่อเกิดความเสียหายแก่รัฐ จึงได้มีการชี้มูลความผิดและกล่าวโทษอดีตนักการเมือง เจ้าพนักงานของรัฐข้าราชการ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในภาคเอกชนในการร่วมกระทำความผิดในคดีต่าง ๆ ต่อ พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมทุนกับหน่วยงานของรัฐ ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและการกระทำที่เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องในโครงการต่าง ๆ มากมาย เช่น คดีการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก การจัดซื้อกล้ายางพารา 90 ล้าน ธนาคารกรุงไทยปล่อยเงินกู้แก่บริษัทเอกชนในเชิงเอื้อประโยชน์คดี การจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ ของโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ โครงการบ้านเอื้ออาทร การจัดซื้อรถดับเพลิงของ กทม. ใครจะผิดจริงตามข้อกล่าวหาหรือไม่ คนที่กระทำอยู่รู้ตัวเองดีและเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้กันตามกระบวนการ ในศาลสถิตยุติธรรมต่อไป

ที่ผ่าน ๆ มายังไม่เคยมีการชี้มูลความผิดต่อเจ้าพนักงานของรัฐและเปิดเผยกลวิธีการกระทำความผิดเหมือนในครั้งนี้มาก่อนเลย หากใครจักได้ติดตามในรายละเอียดของแต่ละคดี ก็จะได้เรียนรู้พฤติกรรมของนักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ร่วมมือในการกระทำความผิดว่าเขาทั้งหลายทำกันอย่างไร มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาอย่างไร เพื่อที่จะเป็นความรู้ของคนคนนั้นที่จะไม่ไปกระทำความผิดเช่นนั้นต่อไป สิ่งที่ผู้ถูกกล่าวหาได้ร่วมกระทำไปแล้วนั้นคือผล ส่วนเหตุนั้นคืออะไร?

เหตุ ที่เปิดช่องให้มีการทุจริตเกิดขึ้น เป็นเพราะโครงการทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้นล้วนขาดความสมบูรณ์และขาดความโปร่งใสไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น ขาดการศึกษารายละเอียดความเหมาะสมของการลงทุนบ้าง ขาดความชัดเจนในเรื่องขอบเขตและลักษณะของงานบ้าง ขาดการประมาณการราคาค่าก่อสร้างที่เชื่อถือได้บ้าง เป็นโครงการที่อ้างว่าเป็นนโยบายที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ต้องใช้วิธีการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษบ้าง

ลักษณะโครงการประเภทนี้จึงขาดข้อมูลและรายละเอียดข้อเท็จจริงที่ถูกต้องมากมาย จะด้วยมีความจำเป็นเร่งด่วนก็ดี หรือเป็นการจงใจให้มีขอบเขตกว้าง ๆ ก็ดี ผมเรียกโครงการประเภทนี้ว่า เป็นโครงการหลอกปัจจุบัน และ โกงอนาคต กล่าวคือ หลอกคนในปัจจุบันที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและไม่ได้รับการชี้แจงว่า ทำไมต้องรีบทำโครงการนั้น ๆ ทั้ง ๆ ที่อาจไม่เหมาะสมและไม่คุ้มค่าการลงทุน ที่ว่าเป็นการโกงอนาคต นั่นหมายถึงการขโมยโครงการที่ยังไม่ถึงเวลาทำ ควรเป็นงานที่คนรุ่นหลังจะทำมาทำเองเสียก่อน ทำให้คนรุ่นหลังไม่มีงานทำ

ผู้ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดโครงการประเภทนี้คือหน่วยงานที่รับผิดชอบการวางแผนที่เป็นผู้เสนอโครงการ และหน่วยงานที่พิจารณาอนุมัติให้ความเห็นชอบในการดำเนินโครงการ เพราะต่างขาดความรับผิดชอบและผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพ คำนึงถึงแต่การสนองนโยบายมากกว่าเหตุผลและข้อเท็จจริง

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีการกล่าวโทษเจ้าหน้าที่วางแผนและเสนอโครงการที่ไม่มีความเหมาะสม และไม่มีการกล่าวโทษ ผู้มีอำนาจในการอนุมัติโครงการที่มิชอบเลย เพราะเราไม่มีหน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถที่จะตรวจสอบคุณภาพของการวางแผนวิเคราะห์โครงการต่าง ๆ ได้ และสมัยหนึ่งก็มีความจงใจลดบทบาทและศักยภาพของหน่วยงานนโยบายและวางแผนเศรษฐกิจของประเทศลงด้วย ทำให้การพิจารณากลั่นกรองโครงการลงทุนของประเทศขาดประสิทธิภาพลง เราจึงได้เห็นโครงการที่ดำเนินไปแล้วไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนอยู่มากมาย

ใครจะคิดว่าการกระทำความผิดในลักษณะนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ระดับสูงละก็ ผมว่าคนนั้นได้เข้าใจผิด แท้จริงแล้ว ลักษณะความผิดตามที่ คตส. ได้กล่าวโทษมานั้น สามารถเกิดขึ้นแก่พนักงานของรัฐและข้าราชการทุกระดับ และสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

ตัวอย่างเช่น ครูใหญ่โรงเรียนประชาบาลในอำเภอแห่งหนึ่งมีความสนิทชิดชอบกับผู้รับเหมาท้องถิ่น ผู้รับเหมาเวียนแวะไปมาหาสู่ที่โรงเรียน มีของมาฝากบ่อย ๆ ผู้รับเหมามีวิสัยทัศน์ที่ดีเห็นป้ายโรงเรียนมีขนาดเล็กไป ดูไม่สวยงาม เลยเสนอให้ครูใหญ่หางบประมาณมาทำป้ายชื่อโรงเรียนใหม่ เสนอวิธีการจัดซื้อจัดจ้างตามความชำนาญของผู้รับเหมา รับจัดหาผู้จะเสนอราคาเข้าประมูลมาครบ 3 ราย แนะครูใหญ่ให้เอางบประมาณที่มีมาใช้ก่อนคำนวณราคาค่าก่อสร้างให้ (ครูใหญ่กำลังจะทำผิด พ.ร.บ. ฮั้วราคาและการใช้งบประมาณผิดประเภท) ครูใหญ่เมื่อเห็นดีเห็นชอบตามที่ผู้รับเหมาแนะนำ จะด้วยเห็นแก่ความเป็นเพื่อนหรือผลประโยชน์แอบแฝงก็ดี ครูใหญ่ได้สั่งการให้ฝ่ายบริหารเสนอเรื่องมาให้อนุมัติ เมื่ออนุมัติแล้วก็แต่งตั้งเจ้าหน้าที่พัสดุและครูน้อยเป็นกรรมการพิจารณาเปิดซองประกวดราคา เป็นคณะกรรมการตรวจการจ้างและตรวจรับ ถูกต้องตามวิธีการพัสดุทุกประการ

เมื่อป้ายโรงเรียนแล้วเสร็จ ป้ายที่สง่างามเป็นที่น่าสนใจของคนทั่วไป มีคนสอบถามถึงราคาค่าก่อสร้าง มีคนไปเปรียบเทียบกับป้ายที่อื่น ผลปรากฏว่าป้ายโรงเรียนแพงกว่าที่อื่น ผลที่ตามมาก็คือมีการร้องเรียนและถูกสอบสวน ผู้ที่มีความผิดก็มีบรรดาครูน้อยที่ไม่รู้อะไร แต่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของครูใหญ่รวมอยู่ด้วยถูกพิจารณาความผิดทั้งทางวินัยและทางแพ่งตาม ๆ กัน

ในเมื่อครูใหญ่มีเพื่อน นายอำเภอก็มีเพื่อน อธิบดีต่างก็มีเพื่อนไม่น้อย รัฐมนตรีจนถึงผู้นำสูงสุดยิ่งมีเพื่อนและพรรคพวกจำนวนมากมีนายทุน นักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ไม่ใช่น้อยที่ได้เข้ามาเยี่ยมคารวะและเสนอโครงการระดับชาติต่าง ๆ มากมาย

โครงการและแผนงานลักษณะงานประเภทดังกล่าวในแต่ละปีเมื่อรวมกันแล้ว ได้ใช้งบประมาณไปไม่ใช่น้อย ที่ถูกจับได้กล่าวโทษความผิดก็มี ที่หลุดรอดไปก็มิใช่น้อย ผมเชื่อว่าคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตคงมีความอึดอัดไม่สบายใจหากถูกแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการคณะใดคณะหนึ่งของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่โปร่งใส ทางที่ดีทุกคนควรไปศึกษาระเบียบการพัสดุ พ.ร.บ. การงบประมาณ พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมทุนในโครงการของรัฐ และอื่น ๆ ให้ดี เพื่อที่คุณจะสามารถเสนอความคิดเห็นและตัดสินใจที่ถูกต้องต่อไป อันจะเป็นเกราะคุ้มครองตัวคุณให้ห่างคุกห่างตะราง ไม่ได้ตำแหน่งยังดีกว่าถูกปลดออกและต้องจองจำ

การลงทุนโครงการที่ถูกต้องหลักวิชา

การจะกระทำการใด ๆ หรือจะลงทุนโครงการใด ๆ มีเหตุหรือวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 2 ประการคือ

  1. เพื่อแก้ปัญหา หรือทำสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น เช่น แก้ปัญหาการจราจร
  2. เพื่อสนองความต้องการเช่น ผลิตสินค้าหรือให้บริการในสิ่งที่มีคนต้องการ

หากท่านต้องรับผิดชอบหรือต้องการลงทุนในโครงการใด ๆ ท่านจำเป็นต้องมีความรู้และมีข้อพิจารณาต่าง ๆ ดังนี้

ความรู้พื้นฐานที่จำเป็น

ต้องมีความรู้ทางธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุน กระบวนการทำธุรกิจเป็นอย่างไร อะไรคือตัวสินค้าและการบริการ ใครคือคู่ค้า ใครคือคู่แข่ง กติกาการค้า การแข่งขัน และการตลาดเป็นอย่างไร

ต้องมีความรู้ทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมที่จะเข้าไปนั้นมีวัฏจักรอย่างไร มีอุปสงค์และอุปทานอย่างไร ใครมีส่วนแบ่งการตลาดคนละเท่าไร ขีดความสามารถในการแข่งขันของเรา เมื่อเทียบกับผู้ที่อยู่ในวงการเดียวกันเป็นอย่างไร

ข้อพิจารณาในการลงทุน

ต้องทำการทดสอบ 3 ด่าน คือ ธุรกิจดีจริงหรือ? เงินทุนพอไหม? คุ้มค่าลงทุนไหม?

ความน่าสนใจที่จะทำธุรกิจ ธุรกิจมีอนาคตไหม ความทันสมัยของสินค้าและบริการ ความสามารถความได้เปรียบเป็นอย่างไรส่วนแบ่งการตลาดจะได้เท่าไร

จำนวนเงินที่ใช้ต้องมีเท่าไร แหล่งการเงินจะได้มาจากไหน ต้นทุนการเงินมีดอกเบี้ยเท่าไร ต้นทุนของโอกาสเป็นอย่างไร

ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับมีอะไรบ้าง คิดเป็นมูลค่าเท่าไรคุ้มค่าการใช้โอกาสของเงินทุนหรือไม่

กระบวนการวางแผน

การกำหนดขอบเขตของโครงการ ลักษณะโครงการ สิ่งก่อสร้างและส่วนประกอบของโครงการที่สำคัญ ๆ ตำแหน่งที่ตั้ง การรับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ การวางโครงสร้างจัดการบริหารและบุคลากรที่มีความสามารถ

การประมาณการค่าก่อสร้างที่ถูกหลัก มีความแม่นยำในระดับที่เชื่อถือได้

การศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิคตามหลักวิชาการ

การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของการลงทุน ภายใต้ข้อสมมติฐานที่ถูกต้องและเป็นจริง

การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงิน การวิเคราะห์กระแสเงินสดหากได้ดำเนินการผลิตทางเชิงพาณิชย์แล้ว ภายใต้ข้อสมมติฐานที่ใกล้กับความเป็นจริงที่สุด

ความรับผิดชอบต่อสังคม

ธุรกิจในปัจจุบันต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและชุมชนจึงต้องพิจารณาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ประโยชน์ที่ให้แก่ชุมชนใกล้เคียง การใช้แรงงานและความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการ

ใครก็ตามที่คิดจะมีโครงการลงทุนอะไร อย่างไรก็ตาม อย่าได้ไปตามอย่างเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่าได้ไปตามอย่างองค์กรหรือบริษัทขนาดใหญ่เป็นอันขาด เพราะเงินที่หน่วยงานดังกล่าวใช้ในการลงทุนนั้น ไม่ใช่เงินของผู้บริหารเอง แต่เป็นเงินจากผู้ถือหุ้น ถึงจะลงทุนผิดพลาด ก็ไม่กระทบกับเงินส่วนตัวของคณะบริหารในองค์กรและบริษัทนั้น ๆ นอกจากนี้ องค์กรและบริษัทขนาดใหญ่นั้น เขาสามารถกระจายความเสี่ยงได้มากกว่าผู้มีทุนน้อยอยู่แล้ว ยิ่งเป็นการลงทุนในภาครัฐแล้วก็อย่าไปยุ่งเป็นอันขาด เพราะการลงทุนที่มีนโยบายเป็นที่ตั้งนั้น ผลตอบแทนจะคุ้มค่าหรือไม่ เขาไม่สนใจ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมเคยได้ยินคำสัมภาษณ์เกี่ยวกับความอยากก่อสร้างรถไฟฟ้าเพิ่มเติมว่า โครงการรถไฟฟ้ามีควาเหมาะสมทางเศรษฐกิจต้องรีบดำเนินการโดยเร็ว แต่ในเรื่องคุ้มค่าทางการเงินนั้นคงต้องรอไปก่อน เพราะยังไม่คุ้มค่าในวันนี้ การดำเนินโครงการใด ๆ ที่ไม่คุ้มค่าทางการเงินนั้น หมายถึงโครงการนั้นเมื่อเปิดใช้งานแล้วรายได้จากการปฏิบัติการไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและการคืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยจะต้องขาดกระแสเงินสดอย่างแน่นอน เห็นไหมครับนี่เป็นการหลอกปัจจุบันและโกงอนาคตที่เห็นได้ชัด ๆ อีกโครงการหนึ่งผู้มีโอกาสในวันนี้คิดแต่จะหางานให้ตัวเองทำ นึกแต่จะขยายขอบเขตงานให้ตัวเอง ประเทศจะเป็นอย่างไรไม่มีใครสนใจ ขอให้ตัวเองได้เป็นผู้บริหารในโครงการนั้น ๆ ก็แล้วกัน มิน่าเล่า ทางญี่ปุ่นที่เราคิดจะไปกู้เงินจากเขาจึงได้ปิดประตูให้รอไปก่อน

เงิน ลงทุนของเรา เป็นเงินที่มีต้นทุน เป็นเงินที่เราต้องรับผิดชอบหากเกิดความเสียหายขึ้น เพราะฉะนั้น จะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ และเมื่อได้ลงทุนแล้วจะต้องบริหารจัดการธุรกิจ ติดตามดูแลผลประกอบการให้ดีที่สุด ด้วยการท่องจำคาถา 4 ข้อนี้ให้ดี

  1. อย่าให้ขาดกระแสเงินสด ต้นตอของปัญหาการเงินมักมาจากการทำอะไรเกินตัว ต้องการเข้าไปเก็งกำไรมากกว่าผลตอบแทนที่สมเหตุผลของธุรกิจ
  2. ตัดสินใจในการลงทุนด้วยความระมัดระวัง มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงให้ครบถ้วน
  3. ตัดสินใจการวางแผนทางการเงินให้ดี รู้จักจัดหาเงินจากแหล่งที่เหมาะสม จัดสัดส่วนเงินกู้กับทุนเรือนหุ้นที่เหมาะสม และแผนการจ่ายคืนเงินกู้ให้ชัดเจน
  4. บริหารจัดการที่ดี ตรวจสอบผลประกอบการให้ละเอียดให้รู้เหตุที่มีค่าใด ๆ ที่ผิดสังเกต เพิ่มคุณค่าแก่ผู้ถือหุ้น ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำรายได้และลดค่าใช้จ่าย

ถ้าคุณมีบทบาทเกี่ยวข้องในขั้นตอนใดของกระบวนการทำธุรกิจคุณต้องอย่าหลอกตัวเอง อย่าตามใจใคร จงเป็นตัวของตัวเอง ยึดมั่นในจรรยาวิชาชีพ เชื่อในเหตุผลและข้อมูลที่กลั่นกรองแล้ว มีคำตอบให้ได้ว่า ที่ทำไปนั้นแก้ปัญหาหรือเปล่า สนองความต้องการหรือไม่

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของประเทศคือการลงทุนในโครงการประเภทหลอกปัจจุบันโกงอนาคต สร้างปัญหาหลอก ๆ สร้างความต้องการหลอก ๆ และใช้ข้อสมมติฐานหลอก ๆ ในการศึกษารายละเอียดความเหมาะสม การคัดเลือกผู้ชนะการประกวด มิได้มีการหาราคาประเมินตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล มันมีความเสียหายเหมือนกับที่เราเคยเจ็บใจที่ได้ซื้อของแพงกว่าคนอื่น ที่เราเคยเสียดายที่ซื้อของมาแล้วไม่ได้ใช้ ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เกิดขึ้นเพราะยังไม่ใคร่เข้าใจคำว่าธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง

ผลประโยชน์

 

ผม มีความสงสัยเกี่ยวกับการพัฒนาการของระบบรถไฟของประเทศ เพราะรู้สึกผิดหวังที่นับเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว ที่ระบบรถไฟมีการพัฒนาที่น้อยมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานที่ดินให้ตั้งมากมาย ก็ไม่มีการสนองพระราชประสงค์เดี๋ยวนี้รถไฟที่ไหน ๆ ในโลกวิ่งได้ชั่วโมงละ 200-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกันแล้ว หลักการของโครงการรถไฟยุคสมัยใหม่ หากมีใครถามว่า ถ้าประเทศไทยจะมีรถไฟความเร็วสูงวิ่งได้ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ใช้เวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง จะมีใครเดินทางทางรถไฟบ้างไหม

เท่าที่ผมสอบถามมา ส่วนใหญ่บอกอยากเดินทางโดยทางรถไฟทั้งนั้น เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความเป็นไปได้ ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการเงินมีความเป็นไปได้สูง เพราะใช้เวลาไม่มากกว่าทางเครื่องบิน ไม่แพงกว่าการขับรถยนต์ในยุคน้ำมันแพงแน่นอนแล้วทำไมจึงไม่มีการศึกษารายละเอียดเพื่อการพัฒนาต่อไป เหตุผลก็คือการก่อสร้างรางรถไฟนั้นโกงกินกันยาก เพราะรางรถไฟแต่ละเมตรมีค่าใช้จ่ายการลงทุนตามที่เห็น ๆ รางเหล็กมาตรฐานเมตรละเท่าไร ไม้หมอนคอนกรีตต่อเมตรเท่าไร ค่าขุดบดปรับฐานเขตทางล้วนคำนวณราคาได้ง่าย ๆ และมีความแม่นยำสูงอยู่แล้ว เช่นนี้แล้วใครจะอนุมัติให้พัฒนาระบบรถไฟกัน สู้เอางบประมาณไปทำถนนทางหลวง รถไฟใต้ดินไม่ได้เพราะไม่มีใครรู้รายละเอียด ตรวจคำนวณปริมาณวัสดุที่ใช้ไปได้ยาก ดังนั้น ผมจึงได้แต่สงสารคนจนของประเทศที่ต้องลำบากกับการเดินทางกันต่อไป และได้แต่หวังว่าจะมีผู้บริหารประเทศที่มีความจริงใจในเรื่องนี้ในอนาคต

มีเหตุมีผลย่อมสง่าผ่าเผย ไม่มีวันกลัวความจริง
พิทักษ์ปกป้องสัจธรรมอย่างกล้าหาญ
นำความจริงไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นรับทราบ
ต่อสู้เพื่อสัจธรรม

หลิวเซ่าฉี

บันทึกท้ายเล่ม

สำหรับคนที่เกษียณฯ แล้วไม่ได้ทำงานประจำที่ไหน ได้แต่สัญญากับตัวเองว่า จะเขียนหนังสือเผยแพร่เป็นวิทยาทานปีละเล่ม บัดนี้ผมมีความยินดีกับตัวเองที่ได้บรรลุเป้าหมายอีกครั้งหนึ่ง จึงขอบอกเล่า ความรู้สึกว่าการสร้างพันธะกับตัวเอง จะเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำให้ได้ตามสัญญาใจ แม้จะไม่ได้ผลตอบแทนเป็นตัวเงิน แต่การตอบรับจากผู้ที่ได้อ่านหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งใน 2 เล่มแรกของผม เป็นกำลังใจให้ผมเขียนเล่มที่ปรากฏในมือผู้อ่านนี้แล้วเสร็จคำวิจารณ์ ข้อเสนอแนะ คำขอบคุณที่ได้รับ โทรศัพท์ที่เข้ามาขอหนังสือที่หาซื้อไม่ได้ ทั้งหมดนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์กับงานเขียนของผม และผมก็มีความสุขใจทุกครั้งที่ได้ส่งหนังสือให้แก่ผู้ขอทางไปรษณีย์

ประสบการณ์ใน 2-3 ปีนี้ สอนผมว่า การตั้งความหวัง การมีเป้าหมาย ทำให้เราสามารถผ่านเวลาไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่เกษียณฯ มา ผมรู้สึกว่า ผมได้ทำงานหนักกว่าตอนทำงานรับเงินเดือนเสียอีก ผมต้องอ่านหนังสือมากขึ้นดูข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้น ทัศนศึกษาไปทั้งในและต่างประเทศ สังเกตชีวิตความเป็นอยู่ของคนอื่นมากขึ้น ใช้ความคิดและจินตนาการนำสิ่งที่ได้อ่านได้เห็นมาเรียบเรียงใหม่ตามวัฒนธรรมและสังคมที่เราคุ้นเคย เขียนเป็นหนังสือให้สามารถสื่อความเข้าใจกับผู้อ่าน โดยคำนึงถึงช่องว่างระหว่างวัย ความรู้และประสบการณ์ชีวิต พยายามเขียนให้มีเนื้อหาไม่หนักเหมือน 2 เล่มแรก ซึ่งคนอ่านมีความเห็นว่า ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ความจริงแล้ว ผมตั้งใจเขียนหนังสือเล่มแรก ๆ เป็นคู่มือในการใช้ชีวิตให้ลูก บอกลูกว่า ตลอดชีวิตของลูก มีแต่เรื่องที่จะต้องแก้ปัญหาและสนองความต้องการของตัวเองและคนอื่น ต่าง ๆ นานาตามที่ได้รวบรวมไว้ในหนังสือทั้งสอง ถ้าแก้ปัญหาได้ ก็หมายถึงการพ้นทุกข์ ถ้าสนองความต้องการของตัวเองได้ ก็หมายถึงการมีความสุข และถ้าสามารถสนองความต้องการของคนอื่น ๆ ได้ ก็หมายถึงความสำเร็จ เมื่อได้อย่างหนึ่งแล้ว ก็ไขว่คว้าอีกอย่างหนึ่ง

หน้าที่ของแต่ละคนที่แท้ก็มีเช่นนี้เอง ดูไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่ของง่าย สอนลูกให้อ่านหนังสือผมบ่อย ๆ ทุกครั้งที่มีโอกาส อ่านแล้วนำไปคิดไปค้นคว้าหาคำตอบเอาเอง เพราะหนังสือที่ผมเขียนนั้น ไม่ใช่ทางออกในเรื่องราวทั้งหลายมันเป็นเพียงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้จังหวะและเงื่อนไขในชีวิตของผมเท่านั้น จึงมีผลเป็นอย่างนั้น ผมเพียงสามารถชี้ทางให้ลูกเดินต่อไปด้วยตัวของเขาเองเท่านั้น หนังสือในเชิงพัฒนาชีวิตอ่านครั้งใหม่ ก็จะได้ความคิดใหม่ที่จะนำไปแก้ปัญหาและสนองความต้องการของชีวิตได้ดีขึ้น

ความคิดที่ต้องการให้ผู้อ่านมีโอกาสอ่านหนังสือบ่อยครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาไม่กี่นาที ผมจึงได้เขียนเป็นบทความสั้น ๆ ตอนละไม่กี่หน้า สามารถอ่านจบแต่ละเรื่องในชั่วเวลาเข้าห้องสุขา เลยเรียกหนังสือนี้เป็นหนังสือประจำห้องสุขา เพื่อไม่เป็นข้ออ้างว่า ไม่มีเวลาอ่าน แต่ใครจะนำไปอ่านที่อื่น ๆ ก็ไม่ว่ากัน

สาระในหนังสือนี้เป็นเรื่องชีวิตประจำวันทั่วไปที่พบในโรงเรียน ในสำนักงาน ในครอบครัวที่บ้าน จากหนังสือต้นฉบับที่ได้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นบทวิจัย บทวิจารณ์ ข่าวสารธุรกิจและข่าวทางสังคม ผมได้แปลงเรื่องราวเหล่านั้นให้เป็นเรื่องใกล้ตัว นำเสนอใหม่ตามความรู้ความคิดและประสบการณ์ของผม สอดแทรกด้วยหลักวิชาจัดการบริหารหลักศาสนา และปรัชญาของชาวตะวันออก ให้ผู้อ่านได้นำไปคิดพิจารณากลั่นกรองหาคำตอบและนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

เจตนารมณ์ในการเขียนหนังสือในปีนี้คือกระตุ้นให้เยาวชน พ่อและแม่ทั้งหลาย ได้เห็นความสำคัญของการมีอุดมการณ์ ให้มีความเพียรพยายามที่จะพัฒนาตนเอง มีความคิดในเชิงบวก ไม่ท้อแท้ในตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีสาระพร้อมในการวิเคราะห์ปัญหาและปรากฏการณ์ที่ได้เกิดขึ้นในรอบปีที่มีผลกระทบกับชีวิตประจำวันของคนทั้งหลาย ผมหวังว่าบทความและข้อเขียนของผมจะกระตุ้นให้ผู้อ่านได้คิด คิดแก้ปัญหาให้ตนเอง คิดกลยุทธ์และวิธีการสนองความต้องการของตนเองและของคนอื่น ขอให้คิดให้ดี แล้วทำให้ได้ แล้วท่านจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องของคุณ คุณต้องไปทำเองอีกตอนหนึ่ง

ในการเผยแพร่หนังสือที่แล้ว ๆ มา ผมเขินที่จะทำขึ้นเพื่อจำหน่าย เลยลงทุนพิมพ์แจกและระดมทุนทำบุญบำรุงโรงพยาบาลและโรงเรียนบางส่วน ในเล่มที่ 2 ผมได้รับความสนับสนุนค่าพิมพ์จากแหล่งต่าง ๆ มากพอสมควรแต่ขอจำกัดจำนวนไว้ที่ 5,000 เล่ม ซึ่งเผยแพร่ด้วยการแจกจ่ายผ่านผู้ให้การสนับสนุนเป็นส่วนใหญ่

ผมได้รับการเรียกร้องให้พิมพ์จำหน่ายหนังสือเล่มต่อ ๆ ไปเพื่อคนที่อยากได้จะมีโอกาสได้หนังสือกับเขาบ้าง ดังนั้น ผมจึงขอเลือกทางสายกลาง โดยตั้งใจจะพิมพ์เผยแพร่หนังสือนี้จำนวน 5,000 เล่ม เผยแพร่ผ่านช่องทางของ ปตท. เพื่อรวบรวมนำรายได้ทั้งหมดบริจาคให้แก่โรงพยาบาลและโรงเรียน โดยที่ผมจะได้ขอความร่วมมือและความช่วยเหลือจาก ปตท. ต่อไป

คุณความดีและประโยชน์ของหนังสือนี้
ขออุทิศเป็นบุญกุศลแต่คุณพ่อคุณแม่
รวมทั้งญาติในสายตระกูลลีลาภัทรานุรักษ์ ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว
ขอมอบเป็นกุศลแด่คุณครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณทุก ๆ ท่าน


ที่มา: อินทาเนีย ฉบับที่ 4 ปี พ.ศ. 2563 คอลัมน์ ข้อคิดจากนิสิตเก่า โดย อดุลย์ ลีลาภัทรานุรักษ์ วศ.05

หนังสือ เรื่องของคุณ คุณทำเอง

หนังสือเรื่อง “เรื่องของคุณ คุณทำเอง ตอน คิดให้ดี ทำให้ได้ เพื่อชีวิตที่มีความหมาย” รวมเรื่องสั้นเกี่ยวข้องกับปัญหาที่กำลังแก้และความต้องการที่มนุษย์กำลังไขว่คว้า เรียบเรียงโดย อดุลย์ ลีลาภัทรานุรักษ์ วศ.05 ด้วยเนื้อหาที่ทันสมัย แฝงข้อคิดที่น่าสนใจ กองบรรณาธิการจึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อขอขอบคุณ คุณอดุลย์ มา ณ ที่นี้