อิ่มอร่อย 3 มื้อ ที่...ปากน้ำโพ

อิ่มอร่อย 3 มื้อ ที่…ปากน้ำโพ


ตั้งแต่เป็นเด็กวัยชั้นประถมจำได้ว่าไม่รู้จัก “จังหวัดนครสวรรค์” เลยพ่อแม่ญาติพี่น้องและใคร ๆ ก็เรียกว่าปากน้ำโพ ฟังดูเป็นจังหวัดใหญ่ ๆจริง ๆ แล้วก็ไม่ไกลจากบ้าน (จังหวัดตาก)มากนัก เพียง 180 กิโลเมตร แต่นั่งรถโดยสารกันนานโขเลย 4-5 ชั่วโมงหลับแล้วหลับอีก สมัยก่อนรถไม่มีแอร์ไม่ว่ารถส่วนตัวหรือรถโดยสาร แต่ก็ไม่ยักกะร้อน หน้าต่างรถทุกบานต้องเปิดกว้าง ๆ ให้ลมพัดเข้ามาเต็ม ๆ ไม่มีใครกลัวฝุ่นจากถนน ยกเว้นผู้หญิง ไม่ว่ารุ่นสาวจนถึงคนแก่จะโพกผ้าคลุมผมปิดหน้าตาไปด้วย แม่ก็โพก ท่านบอกกันลม กันแดดและกันฝุ่น ถนนพหลโยธินตอนนั้นมีเพียง 2 เลน ถนนยางมะตอย (แอสฟัลต์) สลับดินลูกรังบดอัด ที่มีช่วงเป็นดินมากกว่ายาง บางช่วงผิวถนนเป็นหลุม เป็นคลื่น ผิวทางแคบ ๆ รถต้องวิ่งสวนกัน ขับกันไม่เร็ว ไปอย่างช้า ๆรถโดยสาร ไม่ว่า บขส.ทันจิตต์ ถาวรฟาร์ม (2 บริษัทนี้ น่าจะกำเนิดมาจากนครสวรรค์) หยุดจอดกันแหลก แวะรับคนทุกชุมชน ไล่ดะไปตั้งแต่วังหินโกสัมพี วังเจ้า กำแพงเพชร คลองขลุงสลกบาตร ลาดยาว จำได้ว่าได้มาเที่ยวเฉพาะตอนมีงิ้ว หรือเด (พ่อ) แม่มีธุระปะปัง

พอเรียนจบ ก็มีโอกาสมาทำงานแบบผ่านไปผ่านมาบ่อย ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 จนคุ้นเคยกับที่พัก โรงแรม และร้านอาหาร ร้านขนม เมื่อ 2-3 ปีล่าสุดที่ผ่านมา มาทำงานที่อำเภอบรรพตพิสัยเกือบ 1 ปี ต้องมานอนพักค้างในตัวเมืองหลายครั้ง เลยหิ้วรองเท้าวิ่งและเสื้อกล้ามติดรถมาด้วยไปสำรวจพื้นที่ออกกำลังกายให้ลงตัวกับงาน จึงจัดตารางเป็นตื่น 6 โมงเช้า ขับรถ 5 นาทีไปสนามกีฬากลางของจังหวัด ริมถนนสายเอเชีย ถ้ามาจากสี่แยกสะพานเดชา ตรงขึ้นเหนือ (ที่จะไปกำแพงเพชร) สัก 3-4 กิโลเมตร อยู่ฝั่งขวามือ สูดโอโซน วิ่งชิล ๆ เหยาะ ๆ ไปตามลู่วิ่งยางสีส้มกวดไล่ตามนักกีฬาท้องถิ่น รุ่นเด็ก ๆ หนุ่มสาว เงียบ ๆ เบา ๆ สัก 13-15 รอบสนามฟุตบอลแปลกใจมาก ที่บางวันแม้เป็นวันอาทิตย์ คนนครสวรรค์มาออกกำลังกายกันน้อยมาก เห็นหน้าค่าตากันเพียง 8-9 คน ไม่คึกคักเหมือนที่ระยอง เชียงราย กรุงเทพฯ ตามที่คาดหวังเลย …พออากาศเริ่มร้อนเพราะดวงตะวันโผล่ขอบชายเขา ก็ได้เวลาใกล้จะ 8 โมงเช้าพอดี เหงื่อโชกท่วมตัวอาบน้ำ แล้วก็ออกมาวนหาของอร่อยกิน…เริ่มจาก…

มื้อเช้า..ก็ต้องข้าวแกงมื้อเช้าของคนท้องถิ่น เสาะแสวงหาร้านของแท้ ที่ไม่ใช่ขายคนจร รถผ่าน รถทัวร์ ร้านนี้เขามีทั้งแกง ต้ม ผัด เล้ง บะกุเต๋ ให้เลือกมากเกิน 20 ถาดขึ้นไป เมนูหลักมีพะแนงหมู ต้มข่าไก่ ผัดเผ็ดปลาดุกกรอบ แกงเขียวหวานไข่ยัดไส้ ไข่ลูกเขย เห็นคนนั่งกินกันเต็มร้านมีทั้งข้าราชการ พนักงาน พ่อค้าแม่ค้า รู้เลยว่าอร่อยแหง ๆ ใครจดพิกัดไปก็สบายละต่อไปนี้มาเตร่แถวนี้ไม่อดตายแล้วยาหยี…ที่สั่งประจำก็ผัดถั่วงอกเต้าหู้เหลืองกับปลาดุกกรอบผัดพริกขี้หนูราดข้าวมา รสเผ็ดพอดี ทั้ง 2 อย่างผัดได้เข้าเนื้อ ไม่มันไม่เลี่ยนไม่หวานเกินไป แบบร้านข้าวแกงทั่ว ๆ ไปอร่อยถูกปากใช้ได้ 2 อย่าง 35 บาท ถูกอย่างนี้มีหรือจะไม่กลับมาอีก… แม้ลูกค้า
จะเยอะพลุกพล่านไปนิด ตามประสาร้านริมทางลูกค้าขาจรก็เลยฝากท้องไปด้วยทุกเช้า

ร้านแม่จิตร

ร้านอยู่ใกล้ 3 แยกที่จะเลี้ยวขวาไปพิษณุโลก (ทางหลวงสาย 117) แต่ให้ขับตรงไปจังหวัดตาก 300 เมตร เลยธนาคารกสิกรไทยและโรงแรมวัชระ ก่อนถึงโรงแรมเอเชีย ร้านเป็นตึกแถว ตั้งโต๊ะให้นั่ง 5-6 โต๊ะ คนตักขายหน้าตู้กับข้าวเป็นเฮียรุ่นเดอะ 2 คน แต่ร้านดังชื่อ “แม่จิตร” ไม่รู้ว่าร้านของเมียหรือของแม่ ไม่กล้าถาม กลัวเฮียแกด่าว่าจุ้นจ้าน จะอดกิน…ขายทุกวัน เปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 แต่10 โมงเช้าไปแล้วกับข้าวจะลดน้อย และไม่สดอร่อยเท่า 7-8 โมงเช้า บันทึกไว้ได้เลยสำหรับคนเดินทางขึ้นเหนือ..

ร้านแม่จิตร

มื้อเที่ยง มีร้านโปรดอยู่ 2 ร้านเจ้าประจำที่ชอบไปชิม เริ่มจากทางเลือกแรกเป็นของคอ “ผัดไทย” ให้ไปร้านแม่พยอมที่หน้าผา กินกันมาเกือบ 10 กว่าปี เพราะรู้จักจากคำแนะนำของเพื่อนนักเรียน อนศ.มัธยม (คุณสมโชค บุญยวนิชกุล) เจ้าของท่าทราย “ยืนยง” พื้นเพเพื่อนสมโชคเป็นคนลพบุรีแต่มาสร้างฐานะตัวเองที่ปากน้ำโพ คุณน้าแกผัดเส้นเล็กแบบโบราณ คือเน้นให้นุ่มด้วยน้ำมัน ซอสน้ำมะขามเปียก แล้วค่อยใส่ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ผัดต่อไปจึงเคล้าถั่วลิสงตำและกุ้งแห้งตัวน้อย ถ้าชอบเปรี้ยวนำแก้เลี่ยนก็เหยาะบีบมะนาวซีก จะได้รสชาติพอดิบพอดี เปรี้ยวนำที่ปลายลิ้น แต่สำคัญมาก ๆ คือไม่เผ็ดไม่หวาน น้ำมันคลุกเส้นมันกำลังพอดี ไม่ต้องปรุงเลย มองไปลูกค้าคนอื่น ๆ ก็คีบตะเกียบใส่ปากแบบไม่เติมเครื่องปรุงเช่นกัน รสมือดีจริง ๆ พวกแม่ครัวรุ่นใหญ่เนี่ยแกขายถูกมากครับ เพียงจานละ 30 บาทรวดไม่ว่าเส้นเล็ก วุ้นเส้น เกี๊ยวกรอบ…พลาดไม่ได้สำหรับผัดไทยเลิฟเวอร์ อาหารไทยจานเด็ดรสโบราณ ๆ เช่นนี้ชักจะหาทานได้ยากมากหากไม่รักกันจริง ๆ จ้างก็ไม่บอกนะครับ อร่อยมากเลย ให้ 10 คะแนนเต็ม ร้านแม่พยอมเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวหลังคาต่ำ ๆ เตี้ย ๆ แต่ก็โปร่งลมเพราะหน้าต่างด้านข้างเปิดโล่ง หันหน้าออกแม่น้ำปิง… บริเวณนี้เขาเรียกกันว่าหน้าผาลูกค้าจะเยอะมาก โดยเฉพาะมื้อเที่ยง เห็นรถจอดเต็ม 2 ฝั่งถนน ก็มาถูกทางแล้ว กด GPSหากขับเลยร้านก๋วยเตี๋ยวหนังหมูถั่วฝักยาวไป 50 เมตร ก็เจอ แต่ถ้าเห็นศาลเจ้าจีน ก็เข้าไปกราบไหว้ แล้วเดินย้อนกลับมาร้านแม่พยอมไม่ถึง 70-80 เมตร ครับ

ผัดไทยร้านแม่พยอม

อีกร้านสำหรับ มื้อกลางวัน เป็นก๋วยเตี๋ยวหมู ปลา ไก่ ลูกชิ้นปลากราย และหมูเด้งที่อร่อยมาก ๆ มันก็คือ หมูบะช่อบดปรุงรส ใส่มาในชามเดียวเลย ถือว่าของดีคู่เมืองปากน้ำโพ อุตส่าห์ดั้นด้นหาเธอ “เจ๊เตี้ย” จนเจอ…ไม่ยากแล้ว อร่อยแบบง่าย ๆฉับไว มีครบทุกเส้น น้ำ แห้ง สะดวกรวดเร็วถูกปากและราคาไม่แพงเลย ร้านอยู่บนทางเท้าข้าง ๆ ริมรั้ววัดนครสวรรค์ หาไม่ยากขับรถมาตามถนนสวรรค์วิถี ถ้าแยกมาจากถนนพหลโยธินก็มองทางขวาให้ดี เจอป้ายวัดก็เลี้ยวขวาเข้าไปจอดในลานวัด แล้วเดินออกมา เลี้ยวขวาไปสุดกำแพงวัด เดินเลาะริมถนนไปสัก 30 เมตร เจอโต๊ะนั่ง 10 กว่าโต๊ะสั่งเลย รวดเร็ว มีวันหนึ่ง…โชคดีได้นั่งโต๊ะเดียวกันกับคุณพี่สุภาพสตรี แม้ไม่รู้จักกันแต่พอทราบว่าไม่ใช่คนท้องถิ่น ก็แนะนำมื้อเย็นให้ไปร้านข้าวต้ม ที่มีเมนูแกงป่า เมนูโปรดของผม และยังมีแกงส้ม ผัดเผ็ด ผัดผักยำ ต้มยำง่าย ๆ อีกเพียบในแบบร้านโต้รุ่งแต่ฝีมือไม่เป็นสองรองใคร คุณพี่เธอย้ำ แถมว่าติด ๆ กันมีไอติมกะทิของโปรดอีกนะ

ก๋วยเตี๋ยว

Google Map บอกตามนี้นะครับ …เข้าถนนสวรรค์วิถี สายหลักของปากน้ำโพ จากสี่แยกบิ้กซีสายเอเชียมาสัก1 กิโลเมตร เจอโรงเรียนสตรีฯ ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงเทพด้านซ้ายมือแล้วมองไปฝั่งตรงข้าม ร้านตึกแถว 2 คูหาชื่อ “กมลวรรณ” ใกล้ธนาคารกสิกรไทยขายข้าวต้มช่วงเย็นถึงดึก ร้านอาหารตามสั่งพื้น ๆ ทั่วไป แต่ฝีมือและรสชาติไม่ธรรมดาเลย เจ้าของร้าน เด็กเสิร์ฟสุภาพอ่อนน้อม เรียบร้อย กุ๊กฝีมือดีจริง ๆลองมาแล้วหลายเมนู ทุกจานรสชาติดีอร่อยครับ ไปทีไรมักจะสั่งแกงป่าปลากดคังหรือลูกชิ้นปลากรายที่รสจัดจ้านมาก ใส่ครบเครื่อง มะเขือพวง กระชายใบมะกรูด พริกสด แต่ที่ส่งเสริมรสออกมาให้โดนก็คงเป็นพริกแกงที่หอมเผ็ดจัด ชอบครับ ให้ 10 คะแนนเต็มไปเลย บางวันก็สั่งแกงส้มปลาช่อนสดถั่วฝักยาวและดอกแครสเข้มข้น แต่ไม่เผ็ดและไม่หวานมากซดน้ำแกงได้สบาย ๆ ควรสั่งของแห้งมากินแนมด้วย เช่นปลาสลิดทอด กรอบกินได้ทั้งตัว ผัดคะน้าหมูกรอบ ก้านใบนิ่มไม่แข็ง ไข่เจียวเพลน ๆ ไม่ต้องใส่อะไรเลย ขอข้าวสวยร้อน ๆ สัก 2 จาน ยอมฝ่ากฎเหล็กงดมื้อเย็นทุกครั้งที่มานครสวรรค์ทุกที

ถนนสวรรค์วิถี สายหลักของปากน้ำโพ

อาหารที่ร้านกมลวรรณกินได้หมดจานแบบไม่เหลือสักชิ้นคาจาน จนน้องบ๋อยค้อนแล้วค้อนอีกไปทีไรจ่ายค่าอาหารไม่เกิน 300 บาท เพราะไม่มีเบียร์ ไม่มีเหล้า ด้วยบรรยากาศริมถนน มันไม่น่าจะอภิรมย์กับสุราไวน์ เบียร์ อย่างชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่คุณพี่อาเฮียทั้งหลายเขาจะนั่งยิ้มไปจิบไป… เฮ้อ

ไอติมกะทิ

อิ่มแล้วก็เดินมารถเข็นข้าง ๆ ร้าน มีแผงไอติม “พงษ์ VIP” ไอติมกะทิ เจอคิวยาวเฟื้อย ก็ใจเย็น ๆรอโต๊ะ รอคิว ส่วนใหญ่คนท้องถิ่นจะซื้อแบบเทกโฮมเพราะมีโต๊ะเพียง 3-4 โต๊ะ ไอติมตักใส่เครื่อง 3 อย่างจำพวกเม็ดบัว เผือกกวน แห้ว ถั่วแดง ลูกชิด มันเชื่อม ทำนองนี้แหละ ตักราดท้อปปิ้งบนไอติมกะทิ 2 ลูก 20 บาทสุดยอดครับ หอมมันพอดี ๆ อร่อยหวานชื่นใจในยามค่ำคืน แนะนำแฟนนักชิม ถ้าผ่านมานครสวรรค์แวะได้เลยไม่ผิดหวังจริง ๆ ราคาสบายกระเป๋าและประทับใจในรสชาติแน่นอน 3 มื้อใน 1 วัน มีโพยกันแล้ว หากยังไม่อิ่มพอคราวหน้าจะพาไปร้านอาหารคาวมีสไตล์ มีเมนูสร้างสรรค์ของตัวเอง ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น หาง่าย ๆ กินในห้องแอร์บ้างแล้วไปต่อด้วยขนมหวานจีนโบราณที่นับวันจะหาทานยาก เพราะรุ่นอาเจ๊อาม่า ล้มหายไปทีละร้าน ๆ จนเหลือนับร้านได้ในเมืองไทย นั่นก็คือ โบ๊กเกี้ย (บั๊วเกี้ย) ขนมหวานของคนไหหลำไงล่ะ แล้วก็เซ็งซิมอี้ เต้าทึง เช็งทึง กับขนมหวานไทยจำพวกใส่น้ำแข็ง เติมน้ำกะทิ มะพร้าวอ่อน โพยขนมที่นี่ได้ความอนุเคราะห์มาจากเพื่อนสาว อาจารย์รสสุคนธ์ มีศรี (ศรีสวัสดิ์)จากโรงเรียนนครสวรรค์ เพื่อนสนิทตั้งแต่ชั้นอนุบาล เรียนมาด้วยกันที่จังหวัดตาก เธอเชี่ยวชาญรอบรู้เรื่องดอกไม้ใบหญ้าและขนม โฆษณาว่าขนมหวานเมืองนครสวรรค์อร่อยไม่แพ้ที่ไหนในเมืองไทย ยังต้องพึ่งพาข้อมูลทีเด็ดที่ซ่อนไว้อีกมากมาย แล้วอาจารย์รสสุคนธ์ท่านจะช่วยผมไปแคะคุ้ยเอาของดีนครสวรรค์มาฝากอ่านมาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ สวัสดีครับ


ที่มา: อินทาเนีย ฉบับที่ 3 ปี พ.ศ. 2563 คอลัมน์ เที่ยวกับอินทาเนีย (Journey & Yummy) โดย สุวิทย์ เมฆวิบูลย์ วศ.17