ตะลุยกินจนตัวแตก ...ไถจงยันไทเป

ตะลุยกินจนตัวแตก …ไถจงยันไทเป


วันนี้ผมทุ่งหญ้าสีน้ำเงิน อินทาเนียรุ่น 91 จะพาทุกท่านไปพบกับร้านอาหารและที่เที่ยวต่าง ๆ ที่ประเทศไต้หวัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปติดตามกันได้เลยครับ

ไต้หวัน เป็นประเทศที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศไทยสักเท่าไร ใช้เวลาในการเดินทางโดยเครื่องบินราว 3 ถึง 4 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ค่าเงินไต้หวันก็พอ ๆ กับเงินบาทไทย ทำให้เวลาไปซื้อของแต่ละทีไม่ต้องบวกลบคูณหารในใจให้วุ่นวาย แถมช่วงนี้ประเทศไต้หวันยังเปิดฟรีวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวไทย ทำให้ยิ่งสะดวกสบายในการเดินทางไปท่องเที่ยวเข้าไปอีก

ผมเลือกที่จะเดินทางไปลงที่เมืองไถจงก่อน แล้วค่อยนั่งรถไฟต่อไปยังเมืองไทเป ใครจะเลือกใช้วิธีเดียวกันกับผมก็ได้ จะได้เที่ยวได้หลากหลาย แต่แนะนำว่าควรมีเวลาสัก 4 วันขึ้นไป หากน้อยกว่านั้นควรเที่ยวแค่เมืองใดเมืองหนึ่งก็พอ

ไถจง เมืองที่หลายคนใช้เป็นทางผ่านไปยังทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) หรือฟาร์มแกะชิงจิ้ง (Cingjing Farm) ซึ่งผมก็เช่นเดียวกัน เอ้ย…ไม่ใช่ เราจะมาแนะนำเมืองไถจงให้หลาย ๆ คนรู้จักกันมากขึ้นมากกว่าเป็นแค่เมืองทางผ่าน

การเดินทางในไถจงนั้นค่อนข้างสะดวก แม้จะไม่มีรถไฟฟ้าผ่านสถานที่ท่องเที่ยวมากนัก แต่รถเมล์ภายในไถจงนั้นครอบคลุมแทบทั้งเมือง แถมยังใช้บริการฟรีอีกต่างหาก สถานที่เที่ยวที่นิยมในเมืองไถจง มีหมู่บ้านสายรุ่ง (Rainbow Village), โรงละครแห่งเมืองไถจง (National Taichung Theater), โบสถ์ Luce Memorial Chapel และ Totoro Bus Stop อีกทั้งยังมีตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไต้หวันอย่างฝงเจี่ยไนต์มาร์เก็ต (Fengchia Night Market) อีกด้วย ให้ได้เดินกันขาลากเลยทีเดียว

ของกินที่น่าสนใจของตลาดฝงเจี่ย อาทิเช่น หอยเชลล์ผัดเนย เนื้อย่าง มั่นฝรั่งทอด รวมถึงยังมีร้านชานมไข่มุกเจ้าดังอย่าง Tiger Suger ที่เพิ่งมาเปิดสาขาที่ประเทศไทย ราคาประมาณแก้วละ 50 ดอลลาร์ไต้หวัน (TWD) ถูกกว่าที่ไทยอีกนะเนี่ย แถมยังอร่อยด้วย และยังมีชานมไข่มุกเจ้าดังอีกเจ้าของไต้หวัน ชื่อร้านซิ่งฝู่ถัง (Xing Fu Tang) ที่ยังไม่มีสาขาในไทย ส่วนตัวรสชาตินั้นก็พอใช้ได้แต่ยังไม่โดนใจผู้เขียนเท่าไร

นอกจากนี้เมืองไถจงยังเป็นต้นกำเนิดของชานมไข่มุกที่กำลังฮิตกันในประเทศไทยขณะนี้ ต้นกำเนิดที่ว่าก็มาจากร้านชื่อชุนสุ่ยถัง (Chun Shui Tang) เราก็ไม่พลาดที่จะแวะไปชิมกัน บรรยากาศภายในร้านตกแต่งสวยงาม ร้านนี้ไม่ได้ขายเพียงชานมไข่มุก แต่ยังขายอาหารอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นขนมจีบหมูโปะด้วยกุ้งราดซอส บะหมี่ราดซอส XO และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ชุดข้าวหน้าหมูตุ๋น อร่อยมาก ๆ แนะนำให้ไปลองกัน

ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้านชุนสุ่ยถัง ก็ยังมีร้านไอศกรีมเจ้าดังของเมืองไถจง Miyahara Ice Cream ร้านตกแต่งสไตล์คล้าย ๆ โรงเรียนฮอกวอตส์ใน Harry Potter คิวต่อแถวซื้อไอศกรีมก็ยาวใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนรสชาตินั้นผมค่อนข้างเฉย ๆ อาจจะเป็นเพราะรสชาติไอศกรีมที่สั่งมาก็เป็นได้

ก่อนจะจากเมืองไถจงไป ยังมีร้านสุดยอดชาบูหม้อไฟไต้หวันสุดพรีเมี่ยมอีกแห่งนึงในเมืองไถจง นั่นก็คือร้าน Top One Pot นํ้าซุปหมาล่าของร้านนี้เผ็ดร้อนและเข้มข้นมาก เนื้อส่วนต่าง ๆ ในร้านก็อร่อยมากแทบละลายในปาก ผักก็สดมาก ขณะที่พิมพ์ไปก็นํ้าลายไหลไป อยากกลับไปลิ้มลองอีกครั้งจริง ๆ ใครที่ผ่านมาไถจงแนะนำร้านนี้เลยครับ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

มาถึงตรงนี้ผู้เขียนก็ตัวแตกตั้งแต่ยังไม่ไปไทเปเลยทีเดียว เห็นแล้วใช่ไหมล่ะครับว่าเมืองไถจงมีสถานที่ท่องเที่ยวและของกินมากมาย ไม่ใช่แค่เมืองที่ใช้เป็นทางผ่านจริง ๆ เราเดินทางจากไถจงไปยังไทเปด้วยรถไฟความเร็วสูง เพียงชั่วโมงกว่าเท่านั้นก็เดินทางถึงไทเป รวดเร็วและสะดวกมาก สิ่งแรกที่พวกเราทำหลังจากถึงไทเปคืออะไร ท่านผู้อ่านพอจะเดากันถูกไหมครับ ติ๊กต๊อกๆๆ… หมดเวลา นั่นก็คือการกินชานมไข่มุก! นั่นเอง ฮ่าๆๆ

ตัวแตกที่ไถจงยังไม่พอมาตัวแตกที่ไทเปกันต่อครับ เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเช็คอินที่โรงแรม พวกเราจึงต้องฆ่าเวลาด้วยการหาของกิน ร้านชานมไข่มุกที่เราไปกินกันชื่อร้านเฉินขัด (Chen San Ding) มีโลโก้เป็นรูปลุงใส่แว่น มีเพียงสาขาเดียวเท่านั้นในไต้หวัน และร้านนี้นี่เองที่ผมยกให้เป็นชานมไข่มุกที่อร่อยที่สุดเท่าที่กินมาในทริปนี้ เอาไปเลย 10/10ควรค่าแก่การเดินทางมากินและต่อแถว ห้ามพลาด!

ต่อกันด้วยร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ Taoyuan Street Beef Noodles No. 16 แถวที่พักของเราย่านซีเหมินติง (Ximending) รสชาติกลาง ๆ ไม่ได้อร่อยมากแต่ก็ไม่ได้แย่ ตบท้ายด้วยของหวานของร้าน นํ้าแข็งไสหยางจี้ (Yang Ji Peanuts & Corn Ice) ราคาไม่แพง ช่วยคลายร้อนได้ ใครมองหาร้านนํ้าแข็งไสอยู่มาลองชิมที่ร้านนี้กันได้

ตกเย็นเราได้แวะชมอนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค (เดี๋ยวเขาจะหาว่ามากินอย่างเดียว) โดยมีจุดหมายที่แท้จริงก็คือร้านเสี่ยวหลงเปาขั้นเทพด้านหลังอนุสรณ์สถานนั่นเอง (ไหนว่ามาอนุสรณ์สถานฯ) ร้านนี้มีชื่อว่า Hang Zhou Xiao Long Tang Bao เสี่ยวหลงเปาที่นี่อร่อยมากลืมรสชาติเสี่ยวหลงเปาเจ้าดังที่เคยกินที่ไทยไปได้เลย ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ แฟนพันธุ์แท้เสี่ยวหลงเปาไม่ควรพลาด

หลังจากกินกันมาเยอะหลายขนานมาก ๆ ได้เวลาออกกำลังกายกันหน่อย พวกเราเดินทางต่อไปยังเขาเซี่ยงซานหรือเขาช้าง (Xiangshan Elephant Moutain) เพื่อขึ้นไปชมวิวตัวเมืองไทเปด้านบน และก็จะเห็นตัวตึกไทเป 101 อย่างชัดเจน

ผู้เขียนขอบอกเลยว่าเหนื่อยมากๆๆๆ บันไดค่อนข้างชันเป็นบางช่วง แต่วิวด้านบนนั้นก็ทำให้เราหายเหนื่อย ถ้าหากใครคิดที่จะถ่ายรูปก็คงต้องทำใจหน่อย เพราะด้านบนคนค่อนข้างล้นหลามเบียดเสียดมาก

ปิดท้ายวันด้วยการตระเวนกิน (อีกแล้ว) ที่ตลาดกลางคืนซีเหมินติง (Ximending Night Market) ไม่ว่าจะเป็น บะหมี่อาจง (Ay-Chung Flour-Rice Noodle) ที่อร่อยมาก ๆ และแถวก็ยาวมากเช่นกัน มันฝรั่งอบชีส ร้าน Prince Cheese Potatoes รสชาติหวานมันเค็ม ไก่ทอด HOT STAR ซึ่งเคยมาเปิดที่ไทยอยู่พักหนึ่ง ชานมไขมุ่กร้าน Bubble Lee (กินจนตัวจะเป็นไข่มุก) รสชาติใช้ได้เหมือนกัน ร้านเนื้อย่างวัวพ่นไฟ ชานมไข่มุกร้าน 50 Lan และยังมีของน่ากินอีกมากมาย แต่ไม่ไหวแล้ว ตัวจะแตก ต้องพักก่อน

รุ่งขึ้นพวกเราได้ไปไหว้พระขอพรที่วัดหลงซาน และได้แวกชุมร้านหมูหรอบชื่อดังแถววัดหลงซาน ร้านข้าวต้มหมูโจวจี้ (Zhouji Meat Porridge) ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะเรียกกันว่าร้านหมูกรอบวัดหลงซาน ความอร่อยของตัวหมูกรอบทำให้ต้องสั่งเบิลอีกจานกันเลย ตัวข้าวต้มเองและกับข้าวอื่น ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน จากนั้นก็เดินทางไปเสาะหาของกินกันต่อที่ถนนโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street) ที่จิ่วเฟิ่นหนาแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย ทำให้ต้องเดินไหล ๆ กันไปตามทาง ระหว่างทางเดินก็มีของกินหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ไข่ต้มชา ไอศกรีถั่วตัด เต้าฮวยบัวลอยเผลือก ลูกชิ้นปลาสูตรโบราณ เต้าหู้เหม็ ไส้กรอกย่าง หรืออื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าจะให้กินทุกร้านคงต้องอยู่กันเป็นอาทิตย์ ไฮไลต์ของจิ่วเฟิ่นจะอยู่ที่โรงนํ้าชา A Mei Teahouse และโคมแดง ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกัน หลังจากกินกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย

มาปิดท้ายวันกันด้วยร้านอาหารอันดับหนึ่งในไต้หวันที่จัดอันดับโดย Tripadvisor ชื่อว่า Dawan Yakiniku แต่เป็นที่เสียดายเล็กน้อยเนื่องจากช่วงเวลาที่เรามารับประทานนั้นค่อนข้างดึกไป ทำให้เมนูบางอย่างรวมถึงเนื้อบางส่วนได้หมดไป แต่ถึงกระนั้นเนื้อที่เหลืออยู่ก็ยังอร่อยและให้สัมผัสที่ดีเมื่อกระทบกับลิ้นและฟัน ก็กินเพลิน ๆ ฟินกันไป สมกับเป็นร้านอันดับ 1 เป็นอีกร้านที่ต้องมาแก้ตัวใหม่อีกครั้งหนึ่ง

วันสุดท้ายในไต้หวันเราปิดทริปกันด้วยตลาดปลาชื่อดังในไต้หวัน Addiction Aquatic Development โดยจัดเต็มกันมาก ทั้งชุดปลาดิบ ไข่หอยเหม็น กุ้งหวาน ไข่ปลาแซลมอน และหอยเชลล์ตัวโต ๆ เรียกได้ว่า ไม่กะเหลือเงินกลับไปแลกคืนเลย รสชาติโดยรวมแล้วก็อร่อยและสดใหม่ ไม่แพ้กับตลาดปลาที่ญี่ปุ่น

เป็นไงกันบ้างครับ อ่านบทความนี้แล้วรู้สึกหิวกันบ้างไหม หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศไต้หวันนะครับ

สำหรับวันนี้ลาไปก่อน พบกันใหม่โอกาสหน้า

สวัสดีครับ


ที่มา: อินทาเนีย ฉบับที่ 2 ปี พ.ศ. 2562 คอลัมน์ เที่ยวกับอินทาเนีย (Journey & Yummy) โดย ทุ่งหญ้าสีน้ำเงิน